Sunday, November 1, 2015

กฎหมายรัฐธรรมนูญ

กฎหมายรัฐธรรมนูญ
        ประเทศไทยแต่เดิมนั้น อำนาจในการปกครองแผ่นดินเป็นสิทธิขาดของพระมหากษัตริย์แต่พระองค์เดียว หรือที่เรียกว่าระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ต่อมาเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475 ในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 7) ได้มีกลุ่มบุคคลที่เรียกว่า “คณะราษฎร” ทำการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตย โดยพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ นับแต่นั้นมารัฐธรรมนูญกลายเป็นหลักสำคัญในการปกครองประเทศ แม้จะมีการยกเลิกหรือแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลายครั้งตามสภาวะการณ์ของบ้านเมือง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ 16 ของไทยที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน


ลักษณะทั่วไปของรัฐธรรมนูญ
                รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดที่ใช้ในการปกครองประเทศและถือเป็นแม่บทของกฎหมายต่างๆ ถ้ากฎหมาย ใดขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญกฎหมายนั้นจะใช้บังคับไม่ได้เมื่อกล่าวถึงรัฐธรรมนูญจะเกี่ยวข้องกับเรื่องรูปแบบการปกครอง ประมุขของประเทศ อำนาจอธิปไตย และสิทธิเสรีภาพของประชาชน
          รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทยคือ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2540 ได้กำหนดรูปแบบให้ประเทศไทยเป็นรัฐเดี่ยว ไม่ใช้เป็นสหพันธรัฐ สาธารณรัฐ หรือสมาพันธรัฐให้ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข อำนาจอธิปไตยอันเป็นอำนาจสูงสุดของรัฐแบ่งเป็น 3 ส่วนคืออำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ อำนาจอธิปไตยดังกล่าวเป็นของปวงชนชาวไทย โดยพระมหากษัตริย์ทรงใช้อำนาจอธิปไตย กล่าวคือ ทรงใช้อำนาจนิติบัญญัติผ่านทางรัฐสภา อำนาจบริหารผ่านทางคณะรัฐมนตี และอำนาจตุลาการผ่านทางศาล นอกจากนี้รัฐธรรมนูญยังมีบทบัญญัติที่ให้ความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างเสมอภาคกัน




 
หลักการของรัฐธรรมนูญฉบับนี้คือ
ให้ความคุ้มครองศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ สิทธิเสรีภาพของประชาชนโดยเสมอภาคและเท่าเทียมกัน ตลอดจนเพิ่มสิทธิและเสรีภาพใหม่ ให้แก่ประชาชน
 ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ สามารถถอดถอนผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองและเสนอกฎหมายได้
 ปรับปรุงโครงสร้างทางการเมืองให้มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ และสร้างองค์กรเพื่อควบคุม ตรวจสอบ และถ่วงดุลการใช้อำนาจ





สิทธิและเสรีภาพและหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ
สิทธิ (Right) หมายถึง   ประโยชน์ที่กฎหมายรับรองและคุ้มครองให้
เสรีภาพ (Liberty) หมายถึง  ความมีอิสระที่จะกระทำหรืองดเว้นกระทำการ ถ้าเสรีภาพใดมีกฎหมายรองรับ เสรีภาพก็อาจกลายเป็นสิทธิได้ จึงมักเรียกรวม ๆ กันว่า สิทธิและเสรีภาพ
หน้าที่ (Obligation) หมายถึง  สิ่งที่กฎหมายกำหนดให้กระทำหรืองดเว้นกระทำ เมื่อมีสิทธิแล้วจะมีหน้าที่ควบคู่ไปด้วยเสมอ





สิทธิและเสรีภาพของพลเมืองไทย
สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เช่น ห้ามทรมาน ทารุนกรรม หรือลงโทษด้วยวิธีโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรม
 สิทธิในครอบครัวและความเป็นอยู่ส่วนตัว  รัฐธรรมนูญห้ามกล่าวหรือเผยแพร่ข้อความ   หรือภาพไปสู่สาธารชน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิในครอบครัว เกียรติยศ ชื่อเสียง และความเป็นอยู่ส่วนตัว เช่น แอบถ่ายภาพผู้อื่นขณะอยู่ในบ้านแล้วนำไปพิมพ์จำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต
เสรีภาพในเคหสถาน  บ้านเป็นสถานที่อยู่อาศัยสามารถอยู่อย่างสงบสุข ปราศจากสิ่งใด ๆ มารบกวน แม้แต่อำนาจของรัฐ ผู้อื่นจะเข้าไปภายในบ้านโดยผู้อาศัยในบ้านไม่ยินยอมไม่ได้
 เสรีภาพในการเดินทาง   และเลือกถิ่นที่อยู่   ประชาชนมีสิทธิเดินทางไปที่ใด หรือตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ใดในราชอาณาจักรก็ได้ และจะเนรเทศผู้มีสัญชาติไทยออกนอกราชอาณาจักร หรือห้ามผู้มีสัญชาติไทยเข้ามาในราชอาณาจักรไม่ได้ อย่างไรก็ดีอาจออกกฎหมายเฉพาะจำกัดเสรีภาพนี้
เสรีภาพในการสื่อสาร  รัฐธรรมนูญคุ้มครองการติดต่อสื่อสารถึงกันโดยที่คนอื่นไม่อาจล่วงรู้ข้อความได้ ดังนั้นจึงห้ามตรวจ กัก เปิดเผยสิ่งสื่อสารที่มีผู้ติดต่อถึงกันหรือทำวิธีการต่าง ๆ เพื่อให้รู้ข้อความ เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐจะอ่านจดหมายที่ประชาชนส่งถึงกันหรือดักฟังโทรศัพท์ไม่ได้ เว้นแต่มีกฎหมายเฉพาะอนุญาตให้ทำได้
เสรีภาพในการถือศาสนา  พลเมืองไทยมีเสรีภาพที่จะนับถือศาสนาใดก็ได้ แม้เป็นเพียงนิกาย หรือลัทธินิยมในทางศาสนา
สิทธิในการไม่ถูกเกณฑ์แรงงาน  รัฐธรรมนูญห้ามเกณฑ์แรงงานประชาชนไปขุดคลองหรือก่อสร้าง เว้นแต่มีกฎหมายเฉพาะให้อำนาจไว้ เช่น ป้องกันภัยพิบัติสาธารณะที่เกิดขึ้นอย่างฉุกเฉิน หรือประเทศอยู่ในภาวะสงคราม
 เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น  ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความเห็นในเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าโดยการพูด หรือการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการ เท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่พลเมืองหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
เสรีภาพในทางวิชาการ  รัฐธรรมนูญส่งเสริมทางทำงานวิชาการโดยคุ้มครองการศึกษาอบรม การเรียนการสอน การวิจัย หรือการเผยแพร่งานวิจัยตามหลักวิชาการ เท่าที่ไม่ขัดต่อหน้าที่พลเมืองดีหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
 เสรีภาพในการชุมชน   การชุมนุมที่กระทำได้ต้องเป็นการชุมนุมโดยสงบ และปราศจากอาวุธ
เสรีภาพในการรวมกันเป็นสมาคม  ประชาชนสามารถรวมกลุ่มกันได้ในรูปแบบต่าง ๆ ได้ตามที่ต้องการเช่น รวมตัวกันเป็นสมาคม สหภาพ สหพันธ์ กลุ่มเกษตรกร องค์กรเอกชนหรือหมู่คณะอื่น ๆ
เสรีภาพในการจัดตั้งพรรคการเมือง   การรวมกลุ่มของประชาชนที่มีความคิดเห็นทางการเมืองตรงกัน อาจออกมาในรูปของการจัดตั้งพรรคการเมือง เพื่อสร้างเจตนารมณ์ทางการเมืองร่วมกันและดำเนินกิจการทางการเมืองให้เป็นไปตามเจตนารมณ์นั้น
 สิทธิต่อต้านการยึดอำนาจ  การธำรงรักษาไว้ซึ่งประชาธิปไตย อาจต้องใช้วิธีต่อต้านการยึดอำนาจในการปกครองประเทศด้วยวิธีการที่ไม่เป็นไปตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญ เช่น การใช้กำลังปฏิวัติรัฐประหาร รัฐธรรมนูญกำหนดว่าการต่อต้านต้องทำโดยสันติวิธี
สิทธิในทรัพย์สิน  มนุษย์จำเป็นต้องหาทรัพย์สินเงินทอง และเก็บไว้เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของตน หากทรัพย์ที่อุตส่าห์หามาได้ด้วยความเหนื่อยยาก ต้องถูกผู้อื่นฉกฉวยเอาไป ย่อมไม่เป็นธรรมต่อเขา รัฐธรรมนูญจึงคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สิน และการตกทอดของทรัพย์สินไปยังทายาท
เสรีภาพในการประกอบอาชีพ   บุคคลสามารถประกอบกิจการ  หรือประกอบอาชีพใดก็ได้โดยมีกติกาคือให้แข่งขันกันโดยเสรีและเป็นธรรม เสรีภาพดังกล่าวอาจถูกจำกัดหากมีกฎหมายเฉพาะให้ทำได้ เช่น ไปประกอบอาชีพที่ทำลายสิ่งแวดล้อม หรือความมั่นคงหรือเศรษฐกิจของประเทศเป็นต้น
 สิทธิในการได้รับการศึกษา  ประชาชนมีสิทธิได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานไม่น้อยกว่า 12 ปี รัฐบาลต้องจัดให้มีโรงเรียนอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพโดยไม่เก็บค่าใช้จ่ายจากผู้เรียน  นอกจากนี้การจัดการศึกษาต้องให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเอกชนมีส่วนร่วมด้วย
 สิทธิที่จะได้รับบริการทางสาธารณสุข  ประชาชนมีสิทธิได้รับการรักษาพยาบาลที่ได้มาตรฐาน การบริการสาธารณสุขของรัฐต้องทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้คนยากจนมีสิทธิได้รับบริการรักษาพยาบาลจากรัฐโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
สิทธิในการมีส่วนร่วมคุ้มครองสิ่งแวดล้อม  การดูแลสิ่งแวดล้อมให้ได้ผลจำต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชน รัฐธรรมนูญให้โอกาสประชาชนสามารถมีส่วนร่วมกับรัฐและชุมชน ในการบำรุงรักษา และได้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ รวมทั้งการคุ้มครอง ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
สิทธิในฐานะเป็นผู้บริโภค  เพื่อให้ประชาชนได้บริโภค หรือใช้สินค้าที่ปลอดภัยมีคุณภาพ และไม่ถูกเอารัดเอาเปรียบจากพ่อค้า รัฐธรรมนูญจึงคุ้มครองประชาชนในฐานะผู้บริโภค รวมทั้งให้สร้างองค์กรอิสระที่เป็นตัวแทนผู้บริโภค
สิทธิในการรับรู้ข้อมูล ข่าวสาร  การที่ประชาชนจะติดตาม ตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างได้ผลนั้นประชาชนต้องมีข้อมูลที่ครบถ้วนข้อมูลที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานของรัฐต้องเปิดเผยต่อสารธรณชนและประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลนั้นได้
 สิทธิเกี่ยวกับการกระทำทางการปกครอง  ในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ของรัฐ การออกคำสั่งหรือการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจกระทบต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่งได้ รัฐธรรมนูญจึงกำหนดให้บุคคลนั้นมีสิทธิ มีส่วนร่วมในกระบวนการพิจารณาของเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อมีการปฏิบัติราชการทางปกครอง มีผลหรืออาจมีผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของบุคคลอื่น ๆ

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายมหาชน กำเนิดแนวความคิดและพัฒนาการของกฎหมายมหาชน

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายมหาชน

กำเนิดแนวความคิดและพัฒนาการของกฎหมายมหาชน           
                                             
1.  กำเนิดแนวความคิดกฎหมายมหาชน
ความคิดในการแบ่งสาขาของกฎหมายออกเป็นกฎหมายเอกชนและกฎหมายมหาชน มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสมัยอารยะธรรมโรมันโบราณ เมื่อประมาณ 500 ปี ก่อน ค.ศ. แต่ไม่สู้จะมีความสำคัญนัก จนกระทั่งเมื่อ อัลเปียน (Ulpian) ได้อธิบายว่า กฎหมายมหาชนคืออะไร และมีการจัดทำกฎหมายปกครองขึ้นในยุคคลาสสิก จึงได้มีบทบาทสำคัญขึ้น และเสื่อมลงอีกครั้งเมื่อสิ้นสมัยของพระเจ้าจักรพรรดิจัสติเนียน

2.  พัฒนาการของกฎหมายมหาชนในประเทศภาคยุโรป
กฎหมายมหาชนรุ่งเรืองมากในประเทศฝรั่งเศส เพราะอิทธิพลของกฎหมายโรมัน อิทธิพลของปรัชญากฎหมายธรรมชาติ และการปฏิวัติฝรั่งเศสเมื่อ ค.ศ. 1789  ซึ่งเป็นเหตุให้มีการจัดตั้งสภาแห่งรัฐขึ้นทำหน้าที่เป็นศาลปกครองสูงสุดในเวลาต่อมา

3.  พัฒนาการของกฎหมายมหาชนในประเทศคอมมอนลอร์
ประเทศอังกฤษได้รับอิทธิพลจากกฎหมายโรมันน้อย และประกอบกับเหตุอื่นๆ อีกหลายเหตุ เช่น นักกฎหมายผู้หนึ่ง  คือไดซีย์ (A.V.Diccy) ซึ่งโจมตีการแบ่งสาขาของกฎหมายในฝรั่งเศส และคัดค้านการจัดตั้งศาลปกครองในอังกฤษอย่างรุนแรง  ทำให้พัฒนาเกี่ยวกับกฎหมายมหาชนช้ากว่าที่ควร

4.  พัฒนาการของกฎหมายมหาชนในประเทศไทย
พัฒนาช้ากว่าในประเทศอื่นเนื่องจาก
1. เราเพิ่งรู้จักกฎหมายสาขานี้เมื่อประมาณ 50-60 ปี มานี้เอง
2. อิทธิพลของกฎหมายอังกฤษ ทำให้เราไม่เห็นความจำเป็นในการแบ่งแยกสาขากฎหมายอย่างในประเทศภาคพื้นทวีป
3.เราเพิ่งมีกฎหมายที่พอจะจัดเป็นกฎหมายมหาชนได้เมื่อหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง (2475)
4.อิทธิพลทางการเมือง การปกครอง หรือการปฏิวัติรัฐประหาร ทำให้พัฒนาการของกฎหมายมหาชนชะงักลง
5.อิทธิพลของหลักการแบ่งแยกอำนาจ ซึ่งเรายังเข้าใจไม่ตรงกัน
6.การจัดการศึกษาวิชากฎหมายในประเทศไทย ไม่เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาการของกฎหมายมหาชน
                                                                                                                                                                     
ตอนที่1.2ความหมายประเภทและบ่อเกิดของกฎหมายมหาชน  

1.  ความหมายของกฎหมายมหาชน
กฎหมายมหาชน คือ กฎหมายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐกับราษฎรในฐานะที่รัฐเป็นฝ่ายปกครองราษฎร  กล่าวคือในฐานะที่รัฐมีฐานะเหนือกว่าราษฎร

2.  ประเภทของกฎหมายมหาชน
(1) รัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นในลักษณะเดียวกัน เช่นพระราชบัญญัติธรรมนูญการปกครองแผ่นดิน
(2) กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ เช่นกฎหมายเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กฎหมายพรรคการเมือง กฎหมายเกี่ยวกับการออกเสียงแสดงประชามติ กฎหมายเกี่ยวกับวิธีพิจารณาของตุลาการรัฐธรรมนูญ
(3)   กฎหมายปกครอง ได้แก่กฎหมายที่วางหลักการจัดระเบียบการปกครองโดยตรง กฎหมายที่กำหนดรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารงาน เช่นกฎหมายภาษีอากร กฎหมายเกี่ยวกับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม กฎหมายแรงงาน
(4)  กฎหมายการคลังเช่นกฎหมายงบประมาณ กฎหมายเงินตรา


กฎหมายมหาชนที่จัดเพิ่มใหม่เมื่อไม่นานมานี้ได้แก่
(1) กฎหมายอาญา ซึ่งรวมประมวลกฎหมายอาญา ประมวลกฎหมายอาญาทหาร
(2) กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา รวมถึงวิธีพิจารณาความในศาลคดีเด็กและเยาวชน
(3) กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ซึ่งรวมกฎหมายล้มละลาย
(4) กฎหมายว่าด้วยธรรมนูญศาลยุติธรรม
(5) กฎหมายเศรษฐกิจ


บ่อเกิดของกฎหมายมหาชน
(1)  กฎหมายลายลักษณ์อักษร
(2)  กฎหมายที่มิได้บัญญัติขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษรนอกจากนี้ยังมีบ่อเกิดจากทฤษฎีการเมือง การปกครอง และการคลังอีกด้วย

ระบอบการปกครอง ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย

ระบอบการปกครอง
ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย 

1.  วิวัฒนาการระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
มีวิวัฒนาการมาจากการปกครองแบบประชาธิปไตยโดยตรงในนครรัฐเอเธนส์ของประเทศกรีกโบราณ ซึ่งในระยะต่อมาระบอบการปกครองนี้ได้สลายตัวในนครรัฐเอเธนส์ และมาเจริญเติบโตในประเทศอังกฤษ จนกระทั่งกลายเป็นประเทศแม่บทแห่งระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยในปัจจุบัน

2.  ความหมายของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย
ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตยหมายถึงระบอบการปกครอง ที่อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนประชาชนมีสิทธิเสรีภาพ โดยอาศัยหลักการของการแบ่งอำนาจ และหลักการที่ว่าด้วย “ความถูกต้องแห่งกฎหมาย”

3.  องค์ประกอบของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย  
องค์ประกอบของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ได้แก่การเลือกตั้งหลักการแบ่งแยกอำนาจและหลักการว่าด้วยความถูกต้องแห่งกฎหมาย

4.  รูปแบบของรัฐบาลในระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย          
1) แบบรัฐสภา คือระบอบการปกครองที่อำนาจขององค์กรฝ่ายบริหารและ องค์กรฝ่ายนิติบัญญัติทัดเทียมกันหรือใกล้เคียงกัน องค์กรทั้งสองต่างควบคุมซึ่งกันและกันและมีการประสานงานในการดำเนินการต่อกัน ระบอบการปกครองแบบรัฐสภานี้ องค์กรฝ่ายบริหารจะแบ่งเป็นสององค์กรคือ ประมุขของรัฐซึ่งเป็นกษัตริย์ที่สืบสันติวงศ์ต่อทอดกันมา หรือประธานาธิบดีซึ่งมาจากการเลือกตั้ง และคณะรัฐมนตรีซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารงานของรัฐ
        2)  แบบประธานาธิบดี  เลือดตั้งทางอ้อมจากผู้คัดเลือกประธานาธิบดี  ประธานาธิบดี เป็นทั้งประมุขแห่งรัฐ  และเป็นหัวหน้ารัฐบาล  ฝ่ายบริหารไม่ได้แบ่งเป็น  2  องค์กรอย่างเช่น ระบบรัฐสภา
       3)  แบบกึ่งประธานาธิบดี  เป็นการเลือกตั้งโดยตรงมาจากประชาชน


ระบอบการปกครองแบบเผด็จการ

1.  ความหมายของระบอบการปกครองแบบเผด็จการ
ความหมายเป็นสองนัย ประการแรก เป็นระบอบการปกครองชั่วคราวที่มีวัตถุประสงค์ชั่วคราวเพื่อปกปักษ์รักษาระบอบการปกครองเดิมของสังคม ประการที่สอง เป็นระบอบการปกครองที่อำนาจปกครองของรัฐบาลมิได้มีที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

2.  ระบบการปกครองแบบเผด็จการที่มีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยม
ระบบการปกครองแบบเผด็จการเกิดขึ้นเมื่อสังคมของประเทศเกิดวิกฤติการณ์ร้างแรง ซึ่งอาจเป็นวิกฤติการณ์ทางสังคมที่เกิดขึ้นเป็นปกติวิสัยและมีความร้ายแรงมากน้อยต่างกัน ในบางครั้งความร้ายแรงแห่งวิกฤติการณ์ทางสังคมอาจถึงขั้นที่จะต้องเปลี่ยนโครงสร้างของสังคม หรืออาจเป็นวิกฤติการณ์ที่เกี่ยวกับกับความชอบธรรมแห่งอำนาจปกครองที่ขึ้นอยู่กับความเห็นพ้องต้องกันของประชาชนในประเทศ
วิธีการที่ทำให้ประชาชนยอมรับอำนาจปกครองแบบเผด็จการวิธีหนึ่งคือ การปราบปราม ผู้ซึ่งโต้แย้ง คัดค้านระบบการปกครองแบบเผด็จการ โดยการจับกุมคุมขัง การส่งตัวไปกักกันในค่าย การทรมานและการประหารชีวิต สำหรับกลไกที่ใช้ในการปราบปราม ได้แก่ กฎหมาย ตำรวจและศาล ซึ่งจะทำให้สังคมมีความสงบเรียบร้อยไม่ว่าในระบบการปกครองแบบใด แต่กลไกที่จะใช้ในการปราบปรามที่จะให้ได้ผลเด็ดขาด คือตำรวจลับ ซึ่งมีอำนาจจับกุม คุมขัง และทรมานตลอดจนกระทั่งประหารชีวิตประชาชนที่สงสัยว่าเป็นปรปักษ์ต่อระบบเผด็จการโดยไม่มีกระบวนการพิจารณา เช่น คดีตามปกติ

3.  ระบบการปกครองแบบเผด็จการที่มีระบบเศรษฐกิจแบบสังคมนิยม
ประเทศสังคมนิยมนั้นยึดถือโครงสร้างในการผลิตเป็นพื้นฐานสำคัญทางสังคม โดยถือว่า เครื่องมือในการผลิตเป็นของส่วนรวมหมายถึงอาจเป็นของรัฐ เป็นขององค์กรส่วนท้องถิ่น หรือเป็นของสหกรณ์นอกจากนี้ยังยึดถืออุดมการณ์เป็นสิ่งที่มีบทบาทสำคัญยิ่งในระบบสังคมนิยมเพราะอุดมการณ์เป็นความนึกคิดที่มีเหตุผลในทางวิทยาศาสตร์ และเป็นจุดเริ่มต้นของโครงสร้างในการผลิต อย่างไรก็ดีประเทศสังคมนิยมยอมรับอิทธิพลของอุดมการณ์อย่างอื่นด้วย เช่น อุดมการณ์แบบธรรมเนียมประเพณีและอุดมการณ์ทางการเมืองเป็นต้น
             การใช้อำนาจเผด็จการแบบปฏิวัติมีลักษณะเฉพาะสองประการคือ
(1)       เป็นการใช้อำนาจเผด็จการแบบชั่วคราวที่คณะปฏิวัติจะทำหน้าที่เสมือนหนึ่งผู้พิทักษ์หรือผู้อนุบาลอนุบาลระบบการปกครองที่จัดตั้งขึ้น
(2)       เป็นเผด็จการที่มุ่งหมายกล่อมเกลา เปลี่ยนแปลงทัศนคติของประชาชนเพื่อให้ประชาชนสามารถใช้เสรีภาพและการดำรงชีวิตอยู่โดยไม่ต้องใช้อำนาจเผด็จการ เผด็จการปฏิวัติจะใช้วิธีการสองอย่างควบคู่กันไปคือ การลงโทษและการโฆษณาชวนเชื่อ

4.  รัฐธรรมนูญของประเทศเผด็จการสังคมนิยม
ลักษณะสำคัญของรัฐธรรมนูญของประเทศเผด็จการสังคมนิยมลักษณะหนึ่งก็คือ การเลือกตั้งแบบหยั่งเสียง รัฐกำหนดให้มีการเลือกตั้งทุกระดับ ตั้งแต่ผู้ใช้อำนาจปกครองท้องถิ่น สมาชิกรัฐสภาและประธานาธิบดี แทนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะมีสิทธิเลือกตั้งผู้สมัครหนึ่งในบรรดาผู้สมัครเลือกตั้งหลายคน แต่กลับมีสิทธิเพียงการให้การรับรองหรือไม่รับรองเห็นชอบผู้สมัครรับเลือกตั้งคนเดียว ดังนั้นสิทธิเสรีภาพของประชาชนในทางการเมืองจึงมีข้อจำกัด กล่าวได้ว่าไม่มีการแข่งขันกันในทางการเมืองขณะที่มีการเลือกตั้ง

Investor Brief: Happy Memorial Day May 30, 2011

Investor Brief: Happy Memorial Day
May 30, 2011

I hope you're enjoying the Memorial Day (วันรำลึก) Weekend and the unofficial start of summer. Gas prices have actually come down (มาลง) a bit, so if you’re traveling, it should cost you at least a little bit less.
I decided to take advantage of the long weekend and get in some vacation time this week. I know you’re busy with your weekend plans as well, so we’ll keep this week’s Investor Brief short.
One of the big stories in the market remains debt — in both the U.S. and Europe. We were talking about the European debt crisis a year ago at this time as well. At that time, however, the crisis was in its earlier stages and fears were greater that it could impact economies all over the world. Those fears (กลัว) aren’t as strong as they were during last summer’s sharp sell-off, but the story rose back to the front pages and rocked the market again last Monday and Tuesday.
In the U.S., debate is intensifying over what to do about the growing debt problem here – $14 trillion and counting. Broadly speaking, there are two plans being discussed in the corridors of power. The plan from Gene Sperling, the Director of President Barack Obama's National Economic Council, calls for tax increases to bring in additional revenue while also cutting spending. The one from Congressional Republicans, led so far by Rep.  Paul Ryan (R - Wis.), relies on spending cuts to relieve the debt burden.
This will be one of the most important stories for investors (นักลงทุน) and the stock market over the summer. The markets want to believe that the government can and will get a handle on its fiscal situation. If investors do not believe sufficient progress is being made, the pros I talk to believe we could see a market disruption stocks could fall, interest rates rise and the bond market  (ตลาดตราสารหนี้)  sell off. The longer the government takes to come to a decision, the less confidence the markets will have and the higher the likelihood investors will stay cautious.
I will continue to follow closely the debt situation in both Europe and the U.S. and let you know what I’m hearing from the pros on Wall Street. We’ll also talk more in the coming weeks about the stories likely to have an impact on the market in the second half of 2011.
Enjoy the rest of your weekend, and please take a moment to remember the purpose of the holiday: honoring the men and women who have died while serving in the U.S. military.

Thanks for Maria

หนังสือส่งเสริมการอ่านสำหรับเยาวชน บ้านกลางน้ำ ตอน ปลาชะโด

หนังสือส่งเสริมการอ่านสำหรับเยาวชน
บ้านกลางน้ำ ตอน ปลาชะโด 

                น้ำเริ่มลดลงแล้ว  นุตสังเกตจากรอยคราบน้ำที่เสาหน้าบ้าน  เมื่อน้ำลดปลาจะชุม  และตัวโต  ชาวบ้านเริ่มออกหาปลา  แรกๆ ก็เอาไว้กินเอง  แต่พอหามาได้มากๆ เข้า  ก็เอาไปขาย
                ที่บ้านเราไม่ต้องออกไปหาปลา  มีคนพายเรือเอามาขายให้ถึงบ้าน  พ่อจะรับซื้อไว้ทั้งหมด  ไม่ว่าเป็นปลาอะไร  เพราะพ่อสงสารชาวบ้าน  แถมซื้อแบบไม่เคยต่อรองราคา  บางครั้งเงินทอนพ่อก็ไม่เอา  แล้วนี่จึงเป็นภาระอีกอย่างหนึ่งให้พวกเราได้ทำตอนหน้าน้ำท่วม
                “นุต  หยิบมีด เขียงมาให้พ่อที  ระวังๆ ล่ะ มีดมันคม”
                แม่ไปถึงที่เก็บมีดก่อน  เลือกมาได้หลายขนาด  ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่  แล้วก็มานั่งแปะใกล้ๆ ถังใส่ปลา  นุตหอบเขียงตามมาติดๆ พ่อจัดแจงเทปลาออกใส่ตะแกรงใหญ่ สั่งว่า
                “นุต เลือกปลา  แยกพวกเดียวกันไว้ด้วยกัน  พ่อจะทำปลาเค็ม  นี่ปลาช่อน  นั่นสลิด.......”
                “ ณัฐ  นันท์  นิธ ออกมาช่วยกันเร็วๆ”  แม่ตะโกนเรียกพี่ๆ
                “โอ้โฮ! ปลาเยอะแยะ ตาแป๊ะ ไหหลำ”  พี่ณัฐส่งเสียงมาก่อนตัว
                “ปลาสลิด  ปลาสลาด  ปลาสวาย
                ปลากด  ปลากราย  ปลากระดี่
                ปลาสร้อย  ปลาซิว  ปลาซ่าก็มี
                ปลาไหล ลื่นดี  ปลาหลด    ปลาแรด
                ปลานิล  ปลาไน  ปลาเนื้ออ่อน
                ปลาเข็ม  ปลาแขยง....โอ๊ะ!” พี่นันท์เจื้อยแจ้วไปได้โดยที่ยังไม่ทันได้เห็นสักอย่าง และคงจะต่อชื่อปลาอีกยาว หากขาไม่ไปสะดุดเข้ากับม้านั่งเตี้ยๆ ที่นุตเอามาวางไว้เสียก่อน
                “ปลาสลิดทอดกรอบๆ  นะแม่  หนูช้อบ...ชอบ”  เป็นใครไปไม่ได้นอกจากหมูนิธ
                ลูกๆ มีหน้าที่คัด  แยก  ขอดเกล็ดปลา  พ่อตัดครีบ  ผ่าท้อง  เอาไส้  เอาพุงออก  ตัดหัว  แล้วแล่แผ่เนื้อปลาออก  แม่มีหน้าที่ล้าง แล้วเคล้าเกลือ
                “พ่อ...พ่อ...นี่ปลาอะไรจ๊ะ   ไอ้ตัวที่หางแดงๆ นี่ปลาหางแดงใช่ไหมจ๊ะ   ปลาสร้อย  ปลาซิวตัวไหนล่ะพ่อ”
                พ่อต้องจาระไนชื่อปลา  แถมบางครั้งต้องคอยอธิบาย ตับไต  ไส้  พุง  ถุงลม  ปอด                ที่คนช่างซักอย่างพี่นันท์ถามไม่หยุดปาก
                พ่อตักน้ำใต้ที่นั่งล้างเลือดปลาบนเขียง  เศษซากเล็กๆ น้อยๆ ของปลาที่ถูกชำแหละแล้วตกลงไปในน้ำ  กลายเป็นเหยื่อของปลาเล็กปลาน้อยที่ว่ายวนเวียนอยู่แถวนั้นเต็มไปหมด
                นุตหันไปเห็นอะไรยิบๆ แดงๆ ในน้ำ ห่างจากที่ทำปลาไปประมาณ ๓-๔  เมตรเห็นจะได้  จึงชี้ให้ทุกคนดู
                “ลูกครอก ปลาชะโดน่ะ  มันจะอยู่กันเป็นฝูงแบบนี้แหละ” พ่อบอก
                พ่อหยิบปลาชะโดตัวเขื่องๆ  ในตะแกรงให้ดู แล้วบอกว่า
                “ปลาชะโดจะคล้ายๆ ปลาช่อน แต่ที่ครีบจะมีสีแดงๆ หัวแหลมกว่า  มันจะมีฟันแหลมคมเห็นได้ชัด  ขากรรไกรทั้งบนและร่างแข็งแรง  เนื้อกระด้างกว่าปลาช่อน  และมีนิสัยดุกว่าปลาช่อน  มันจะไล่กัดกินเหยื่อ เช่นปลาที่ตัวเล็กกว่ามัน  ในบ่อหลังบ้านที่แม่เขาเลี้ยงปลาตะเพียน  ปลานิล  ปลาดุกไว้  พอแม่เอาอาหารไปโยน  ปลาเหล่านี้จะมาฮุบอาหาร  ในเวลาเดียวกันปลาชะโดก็จะโผมาฮุบปลาพวกนี้ไปกิน”
                “มันดุจริงๆ เนอะ  พ่อ เนอะ”  พี่ณัฐเสริม
                “และเพราะมันมีอวัยวะพิเศษแทรกอยู่ตรงส่วนบนของเหงือกใช้ช่วยหายใจในบรรยากาศได้โดยตรง  เราจึงเห็นลูกๆ มันว่ายบนผิวน้ำตัวแดงๆ ไง”  แม่บอก
                “คนก็จะล่าปลาชะโดได้ง่ายๆ เพราะสังเกตจากฝูงลูกๆ ของมันนี่แหละ  พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเหมือนปลาช่อนรึเปล่านะ  ที่พ่อปลาจะเป็นฝ่ายติดตามดูแลลูกๆ”
                “พ่อ...พ่อ...นั่นเรือทิดเกิดนี่  มากับใครก็ไม่รู้”  พี่ณัฐชี้ให้พ่อดูเรือที่กำลังพายอยู่ข้างๆ บ้าน
                “ทิดเกิดตามฝูงชะโดมานะซิ”  แม่พูดเบาๆ
                นุตภาวนาอยู่ในใจ ขอให้ฝูงชะโดว่ายอยู่ในเขตบ้านเรา  อย่าออกไปนอกเขตบ้านเลย
                แต่...คำภาวนาของนุตไม่เป็นผล  ลูกครอกชะโดฝูงนั้น ว่ายห่างออกไปจากบริเวณบ้าน  ทิดเกิดหันมาเห็นพอดี  รีบจ้วงพายตรงรี่มาที่ฝูงลูกปลา  เงื้อฉมวกสุดแขน  สายตาเขม้นหมายชะโดตัวโตใต้พื้นน้ำ
                พวกเราเห็นทิดเกิดพุ่งฉมวกลงไปในน้ำ ๓-๔  ครั้ง  ครั้งสุดท้ายที่ยกฉมวกขึ้นมา  ปลายฉมวกมีปลาชะโดตัวโตราว ๒-๓  กิโล ดิ้น กระแด่วๆ
                นุตสงสัยเหลือเกินว่า “ ลูกครอกชะโดฝูงนั้นจะมีชีวิตเหลือรอด มีโอกาสได้ไปล่าปลาอื่นๆ เป็นอาหารได้สักกี่ตัว”

ที่มา - http://gotoknow.org/blog/bpwrite/216134

การวางแผน (Planning) คือ? การวงแผนคืออะไรมีประโยชน์อย่างไร ลองมาศึกษาดูใน Power Point อันนี้กัน

การวางแผน (Planning) คือ?
การวงแผนคืออะไรมีประโยชน์อย่างไร ลองมาศึกษาดูใน Power Point อันนี้กัน


http://www.youtube.com/watch?v=P14SP7yOrY8





หันมาคิดเลขเร็วกันดีกว่า

หันมาคิดเลขเร็วกันดีกว่า

                                                www.thevirtualvine.com

มาลองดูสิว่า สมองคนเราสามารถใช้ความเร็วในการคิดได้ไวขนาดไหน

1. 45+65-25/5  = ?

2. 87-29/2-17*2 = ?

3. 59 + 13 -72*0 = ?

4. 987+6-65+555+559*0*568/5556+554=?


ถ้าคุณสามารถตอบคำถามได้

ภายในเวลา 30 วินาที แสดงว่าคุณใช้สมองในความคิดได้ไวและเป็นคนที่ใช้สมองคิดเกี่ยวกับตัวเลขตลอดเวลา