Monday, June 26, 2017

6 เทคนิคการขายสินค้า

 1. การแสวงหารายชื่อลูกค้าในอนาคต ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาว่าลูกค้ารายนี้มีอำนาจในการตัดสินใจซื้อสินค้า มากน้อยเพียงใด และเป็นการหาคำตอบว่าลูกค้าต้องการอะไร สินค้าประเภทไหน

          2. การเตรียมตัวก่อนเข้าพบ ก็คือตัวเราเองต้องมีจิตใจมุ่งมั่น พร้อบรับสถานการณ์ได้ทุกรูปแบบ และข้อมูลลูกค้าเบื้องต้น อีกทั้งยังต้องแต่งกายสุภาพ เรียบร้อย ซึ่งจะช่วยให้ลดข้อผิดพลาดให้น้อยที่สุด และเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า

          3. การเข้าพบ เป็นขั้นตอนที่สำคัญเป็นอย่างมาก ที่จะกระตุ้นหรือจูงใจลูกค้าเกิดความสนใจและประทับใจ โดยมีทางเลือกในการเข้าพบหลายวิธีดังนี้

การเข้าพบด้วยการแนะนำตัวเอง
การเข้าพบโดยอ้างถึงบุคคล
การเข้าพบโดยการยกย่อง
การเข้าพบโดยใช้สินค้านำเสนอ
การเข้าพบโดยให้ของตอบแทน
          การเข้าพบแต่ละส่วนนั้นก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หรือความเหมาะสม แต่โดยวัฒนธรรมไทยแล้วการเข้าพบโดยการอ้างถึงบุคคลมักจะได้รับการต้อนรับจาก ลูกค้า และเป็นการสร้างความน่าเชื่อถืออีกด้วย

          4.การนำเสนอขายสินค้าให้ประสบผลสำเร็จจะต้องยึดหลักสำคัญ 4 ประการดังนี้

สร้างความมั่นใจโดยการรับประกันคุณภาพสินค้าหรือการเยี่ยมชมโรงงาน
สร้างความชัดเจนและเข้าใจง่ายโดยการสาธิต หรือให้ลูกค้าทดสอบการใช้งาน
สร้างความสมบูรณ์ โดยการให้ข้อมูลสินค้ามาสร้างเป็นคำพูดในลักษณะจำง่าย
สร้างความเปรียบเทียบ โดยเสนอจุดเด่นที่คู่แข่งของเราไม่มี เปรียบเทียบให้เห็นสิ่งที่แตกต่างกัน
          5. ตอบโต้ต่อข้อขัดแย้ง นั้นคือ การขจัดปัญหาหรือความคิดเห็นที่แตกต่างกันระหว่างเรากับลูกค้า และแก้ไขสถานการณ์ได้ตลอดเวลา ด้วยท่าทีมั่นคง ยิ้นแย้ม แจ่มใส และบางครั้งก็ต้องยอมรับและเห็นด้วยกับข้อขัดแย้งบางเรื่อง

เทคนิคการขายสินค้า          6. การปิดการขาย ก็เป็นส่วนที่ช่วยให้ลูกค้ามีปฎิกิริยาตอบสนอง ว่าลูกค้าตกลงใจอย่างไร ซึ่งมีด้วยกันหลายวิธี

การให้ของแถมตามที่ระบุในข้อตกลง
การเสนอทางเลือกให้ตัดสินใจโดยให้ความแตกต่างของสินค้า
การให้โอกาสสุดท้ายเพื่อกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจเร็วขึ้น
เปิดโอกาสให้ลูกค้าเป็นคนเลือกลักษณะของสินค้าตามความต้องการ เช่น การเลือกสี การเลือกวัน ลงสินค้า เป็นต้น


ที่มา https://th.jobsdb.com/th-th/articles/6-%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%84%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%82%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B8%AA%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B9%89%E0%B8%B2

Friday, June 23, 2017

Type copyright symbol , A copyright notice

Type copyright symbol

A copyright notice, either as symbol or phrase, informs users of the underlying claim to copyright ownership in a published work. For sound recordings you should use produced ℗ symbol instead. Copyright protection is automatic upon creation of the work, though in some countries, including United States, there are some benefits for works officially registered. Currently, copyright applies for an extreme term of life plus 50 or more years in almost every country. Most countries offer protection to foreign works. When a work's copyright term finally ends, the work passes into the public domain - becomes free to everyone. Note that copyright protects only specific expressions of an idea, not the idea itself. Some ideas can be protected by patents registered per country, or zone (like European Union) in appropriate Patent Offices for a several times shorter, although, still unnecessarily extreme term.

In the United States, the copyright notice consists of three elements:


  •     The © symbol, or the word 'Copyright' or abbreviation 'Copr.';
  •     The year of first publication of the copyrighted work;
  •     Identification of the owner of the copyright, either by name, abbreviation, or other designation by which it is generally known.





Tuesday, June 6, 2017

ความหมาย เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ หรือ Business economics

เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ หรือ เศรษฐศาสตร์พาณิชย์ (อังกฤษ: Business economics) เป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์ที่มุ่งเน้นไปยังหน่วยธุรกิจ และวิเคราะห์ไปยังส่วนต่างๆขององค์กรที่หลากหลาย รวมถึงการสร้างสายสัมพันธ์อันดีกับกลุ่มแรงงาน, ส่วนกลาง และผลิตผลทางการตลาด

เศรษฐศาสตร์ธุรกิจ มีความเกี่ยวข้องกับประเด็นต่างๆที่เกี่ยวข้องกับทางเศรษฐศาสตร์ รวมทั้งการแก้ปัญหา, การจัดการ, ยุทธวิธีในองค์กรธุรกิจ, ประเด็นและปัญหาดังเช่น : การอธิบายว่าทำไมจึงเกิดผลลัพธ์เช่นนี้, สาเหตุที่ทำให้องค์กรประสบกับความเจริญรุ่งเรือง ทั้งในส่วนของ การจัดการในแนวตั้งและแนวนอน, บทบาทของนักลงทุนกับคณะผู้บริหาร; ความสำคัญในโครงสร้างขององค์กร; การรักษาความสัมพันธ์ต่อลูกจ้าง, นายจ้าง, ผู้จัดการส่วนกลาง, ลูกค้า, รัฐบาล; ตลอดจนปฏิกิริยาที่มีต่อความมั่นคงกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจ



ที่มา https://th.wikipedia.org

ขั้นตอน และวิธีการ ทำธุรกิจ Internet Cafe' ขั้นแรก นั้น ในการจะเปิดร้านเน็ท ก็ต้องมีตังค์

ขั้นตอน และวิธีการ ทำธุรกิจ Internet Cafe'
ขั้นแรก นั้น ในการจะเปิดร้านเน็ท ก็ต้องมีตังค์ ไม่แนะนำอย่างยิ่งในการกู้หนี้ยืมสิน ในการลงทุนครั้งแรกนะครับ เพราะหากเจ๊งขึ้นมา ซวยชิ้บหายวายปลวกเลย เพราะการลงทุนมีความเสี่ยง โปรดคิดก่อนทำ คิดแล้วคิดอีก คิดดีๆ คิดไม่ได้ก็ถามเอา อิๆ

หลังจากมีเงินเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปหาที่หาทางกันเลยครับ โดยแต่ละสถานที่ จะได้เด็กต่างๆกันดังนี้
1. โรงเรียนประถม + มัธยม + พานิช ช่างกล ในส่วนนี้นั้น คุณจะได้ลูกค้าเป็นเด็กนักเรียน ซึ่งร้านคุณจะเต็มทันทีที่เด็กเลิกเรียน นั่นคงเป็นช่วง 15.00 - 16.00 น และจะเต็มไปเรื่อยๆถึงเวลาประมาณ 20.00น - 22.00น เลยครับ ส่วนช่วงเวลาหลังจากนี้ ก็ต้องอาศัยเด็กกลุ่มอื่น ซึ่งหลายๆที่แทบจะไม่มีเลย นั่นก็คือ ช่วงเวลาหาเงินคุณต่อวันนั้น ตกประมาณวันละ 6-10 ชั่วโมงครับ

ข้อดี การแข่งขันน้อย ได้อัตราชั่วโมงที่ค่อนข้างสูง และไม่ว่าระบบจะห่วยยังไงก็มีคนเล่น

ข้อ เสีย กลุ่มลูกค้าน้อย ร้านเกมส์ประเภทนี้มักเปิด 24 ชั่วโมงไม่ได้ครับ เพราะไม่มีคนเล่นตลอดเวลา ยิ่งปิดเทอมใหญ่ทีหัวใจร้อนรุ่ม ถ้าโชคดีก็ยังได้เด็กเรียนพิเศษวนเวียนทั้งวัน

2. ชุมชนแออัด และ ตามมหาลัยชื่อดัง (ที่ผมรวมกันเลย เพราะว่ากลุ่มลูกค้านั้นคล้ายกันมากครับ) แค่ได้ยินชื่อก็การันตีได้เลย ว่าหากร้านคุณทำดีมากๆ จะมีคนวนเวียนมาเล่นได้แทบทั้งวัน ในส่วนนี้ผมไม่อธิบายมากนะ เพราะมีลูกค้าเล่นวนเวียนได้ทั้งวัน ส่วนช่วงที่จะไม่มีลูกค้าเล่นนั้น คงเป็นเวลาประมาณ ตี 3 - เที่ยงวัน ครับผม โดยชั่วโมงหากินนั้น จะอยู่ราวๆวันละ 10-12 ชั่วโมง ครับ (ที่ผมใส่น้อย เพราะว่ากลุ่มร้านเกมส์ประเภทนี้มีอัตราการแข่งขันที ่สูงมากๆ)

ข้อดี กลุ่มลูกค้าเยอะ เล่นเยอะ คนๆเล่นนาน (เพราะถูก -*-)
ข้อเสีย การแข่งขันเยอะมากๆ ระบบห่วยวันนึงลูกค้าหายทั้งอาทิตย์เลยก็ว่าได้ คอมสเป็คต้องแรง เล่นต้องไม่กระตุก และหากเป็นตามมหาลัยนั้น ปิดเทอมทีหัวใจร้อนรุ่มได้เลย เงียบเป็นปาช้า ไม่เหมือนสมัยก่อนๆ ทีร้านเน็ทเยอะๆมักอยู่ตามมหาลัย แต่สมัยนี้มีเกลื่อนเมือง ปิดเทอมทีไม่มีใครหอบสัมภาระมานั่งตามมหาลัยหรอก

หลังจากเราตัดสินใจ เลือกสถานที่ได้แล้วนั้น ก็ต้องดูตอนต่อไป ว่าห้องร้านเป็นยังไง แนะนำให้หา ห้องคู่นะครับ เพราะร้านจะดูกว้างกว่ามาก หรือห้องที่สามารถวางคอมได้ 3 แถว ครับ เพราะจะโล่ง แต่หากพื้นที่จำกัดนั้น (ตึกแถวห้องเดี่ยว) ก็อยู่ในเรื่องของการตกแต่งร้าน ที่จะว่าในหัวข้อถัดไป

หลัง จากเรา ได้ห้องที่เราสนใจ ราคาค่าเช่านั้นก็ต้องไปรอดด้วยนะครับ แต่ก่อนอื่น ให้โทรไปถามหาคู่สายโทรศัพท์ ส่วนนี้เป็นปัญหามากๆในหลายๆที่้เลย แล้วอย่าลืม ดู Speed net ที่จะได้ด้วย มีการคำนวนดังนี้..

(ในการคำนวน นี้ สามารถเล่นได้โดยไม่กระตุกใดๆเลยเปิดเว็บก็เร็ว เล่นเกมส์ก็ไม่กระตุก โดยไม่ต้องใช้ Server ซึ่งอาจต้องใช้ระบบแยกเน้ทแยกเกมส์ในตัววินโด้ที่ผมเ คยสอนไปแล้ว จะสบายมากๆ)
ต่ำกว่า 10 เครื่อง 2mb2เส้น หรือ 3MB-5MB 1 เส้น กำลังดีครับ
10-120เครื่อง 3MB 2เส้น กำลังดีครับ
20-30 4-5 MB 2 เส้น หรือ 3MB 3-4 เส้น กำลังดีครับ
เกินกว่านี้ 4-5 MB มากกว่า 2 เส้น ก็โอเคแล้วครับ
** ค่าเน็ทรวมค่าทอสับ 3 MB ต่อเดือนประมาณ 1500 และ 4-5mb ราวๆ 2200-2400

หลังจากได้เน้ทเป็นที่เรียบร้อย ต่อมาก็เรื่องของการตกแต่งร้าน เพื่อแยกกลุ่มลูกค้าครับ
กลุ่ม ลูกค้านั้น แบ่งได้ดังนี้

1. เด็กหัวเกรียน เล่นที่ไหนยังไงก็ได้ ขอให้มีเกมส์ กับเพื่อนๆ
เล่น ทีละ 10-20 บาท -*- แม่ให้มาแค่นี้ มักชอบเสียงดังโวยวายน่ารำคาญแต่ก็เป็นลูกค้าชั้นดี เพราะไม่ค่อยเรื่องมาก

2. เด็กผู้หญิงน่าร๊ากๆเรียบร้อยกรีสสสลบ ชอบเล่นร้านโล่งๆโปร่งๆ จะยิ่งดีด้วยถ้าเจ้าของร้านหน้าตาดี(อย่างผมไง ฮ่าๆๆๆ) เล่นทีไม่ค่อยเยอะ 1-3 ชั่วโมง สบายๆเสียงไม่ดัง เพิ่มสีสันให้ร้านพอตัว หากน่ารักจริงๆเอามานั่งตักหน้าเค้าเตอร์จะช่วยเรียก ลูกค้าได้ด้วย หากติดเจ้าของร้านล้ะ มาแทบทุกวัน 555+ รับประกัน ก๊ากๆ

3. เด็กมหาลัย+เด็กผู้ชายวัยรุ่นใจร้อน ชอบเล่นร้านใหญ่ๆ แต่งร้านยังไงก็ได้ เล่นเกมส์ลื่นๆ เครื่องเยอะๆ ไม่ต้องรอ เพราะส่วนมากจะมากับเพื่อนกันหลายๆคน เล่นทีเล่นยาวนาน มักมีร้านประจำ

4. เด็กแว้นเสี่ยวสุดๆ ชอบเล่นร้านที่มีซอกหลืบเยอะๆ มืดๆ อับๆ หน้าร้านปิดสนิท มองจากข้างนอกไม่เห็น เอาว่าเป็นร้านแบบโคตรเถื่อนเลย มันชอบ มักจะมีกลุ่มใหญ่ๆมาเล่นร้านประจำ ร้านเกมส์มันชอบ และนี่เอง คือจุดที่ทำให้ร้านเกมส์ดูติดลบ เพราะลูกค้าพวกนี่แหละ แต่เงินมันดีอ่ะครับ เพราะมีหลายแบบ แบบเล่นทีเล่นแปํปเดียว นานๆก็เยอะหรือชอบแบบบุบเฟ่ร์ เล่นแล้วคุ้มโคตรๆ บ้านช่องไม่กลับ อาบน้ำกินขี้เล่นนอน ชอบสูบบุหรี่หน้าร้าน ชอบมีเรื่องทะเลาะ ชอบลงโปรแกรมเองซีซั้ว คอมเมิงก็เหมือนคอมตู อายุชอบไม่ถึง18 หากไม่พอใจเผลอๆเจ้าของร้านจะโดนชกเข้าให้ - -"

5. ผู้ใหญ่ ชอบเหมือนเด็กผู้หญิง แต่ไม่เกี่ยงราคาเท่าไหร่ เล่น 5-30 นาทีก็เลิก จ่ายราคาเต็ม 1 ชั่วโมงโคตรชอบเลย อิๆ

หลัง จากเลือกกลุ่มลูกค้าได้แล้วก็แต่งร้านตามนั้น แต่ผมแนะนำให้แต่งร้านโล่งๆ สะอาดๆสบายหูสบายตา สบายใจเราด้วย ได้ลูกค้าแทบทุกกลุ่มยกเว้นเด้กแว้นเสี่ยวสุดๆเลยครับ

ทีนี้ ขอมา อธิบายก่อนว่า คุณทำร้านแล้วจะเจ้งหรือไม่เจ้ง
รายจ่ายต่างๆของร้านเน็ทนะครับ
1. ค่าไฟ
* แอร์ 30k BTU เปิดวันละ 12-14 ชั่วโมง ราวๆ 4-5 พัน
* คอมพิวเตอร์ เครื่องละ 100-150 ต่อเดือน (จอ LCD) หากเป็น CRT ราวๆ 200/เดือน
2. ค่าเน็ท อย่างที่บอกไปขั้นต้น
3. ค่าเช่าที่ 6000-15000
4. ค่าจ้างลูกน้อง(ถ้ามี) 6000
5. ค่าแรงเราเอง เจ้าของร้านทั้งที กินอยู่ เดือนนึง 12000/เดือน ถ้าคำนวนมาได้ต่ำกว่านี้แล้วขาดทุน แนะนำไปเป็นลูกจ้างบริษัทดีกว่าครับ รับรอง รุ่งกว่า ไม่ต้องกลัวเจ๊ง เสียหายกับเงินแสน
6. ค่าโง่(ให้ช่างคอม) - - หากคุณไม่เป็นอะไรเลย + ไป 1 - 5 พันครับ (ถ้าแพงกว่านี้แนะนำให้หาช่างประจำร้านเลย)
7. ค่าซ่อมบำรุง + อุปกรณ์ เดือนนึงราวๆ 1 พันบาท
8. ค่าต้นทุน สมมุติลงทุนไป 3 แสน ต้องมี เหลือเป็นค่าต้นทุนที่ลงทุนไปอย่างน้อย 15,000-ต่อเดือน เก็บไว้ต่างหาก
9. กำไร??? - -" ผมว่าไม่น่าเหลือนะ
10. ถ้าไม่มีเหลือตกถึงท้องข้อ 9 สิ้นเดือนมาฆ่าตัวตายเลยดีกว่าครับ

ต่อมาขอพูดถึงรายได้ร้านเน็ทนะครับ
ให้คำนวนจากกลุ่มลูกค้าเอานะ แล้วหักลบ กับรายจ่ายประจำเดือน..(ไม่รวมค่าขนม อันนี้ค่าคอมล้วนๆครับ)

เปิด 24 ชั่วโมง ชั่วโมงละ 10 บาท
10 เครื่อง วันๆนึงคุณจะได้เงิน 700-1400
10-15 เครื่อง ได้ 1000-2000
15- 20 ได้ 1300-2500
30 เครื่องได้ 2500-4000
60 เครื่องได้ 6000-9000
(ในส่วนนี้ ขอคิดเป็นขั้นต่ำนะครับ เพราะมาจากประสบการณ์จริง ใครได้มากกว่านี้ก็แล้วแต่ความสามารถของตัวเองครับ)
(ผมเคยเปิด 27 เครื่อง 24 ชั่วโมง 10 บาท ได้ค่าเกมส์ วันนึงราวๆ 4500-5300)
(ส่วน ร้านผม 60 เครื่อง 24 ชั่วโมง 10 บาท ได้ค่าเกมส์วันนึงราวๆ 6000-9000 ครับ เหมือนกับทำ 27 คุ้มกว่า -*- จากการที่เพิ่มมา 33 เครื่องนั้น รายจ่าย + ไปอีกเกือบๆ 5 หมื่นบาทต่อเดือนเลย แต่ได้กำไรเพิ่มขึ้นราวๆเดือนละเกือบแสนครับ)

ในการนี้ผมจะบอกว่า หากคอมคุณยิ่งเยอะ คุณก็จะยิ่งเห็นผลกำไรครับ เพราะหากคอม 10 เครื่อง ทำรายได้วันละ 100 บาท มี 10 เครื่อง ได้วันละ 1 พัน 30 วันได้ 3 หมื่น หักค่าเช่าค่าห่าเหวแล้ว แทบไม่เหลืออะไรเลยครับ แต่ถ้ามี 15 เครื่อง ในส่วนของ 5 เครื่องที่เพิ่มมานั้น แทบจะเป็นกำไรให้คุณล้วนๆเลย

ต่อ มาก็ซื้อคอม คอมฯในตอนนี้ ผมแนะนำให้ชุดนึงไม่ควรเกิน 17k ครับ ส่วน เฟอร์ ชุดนึงไม่ควรเกิน 2600 ครับ แพงกว่านี้ถือว่าแพงแล้วครับ ไม่แนะนำอย่างยิ่ง เพราะที่ลงไปนั้นเป็นต้นทุนคุณหมดเลย ลงทุนเพิ่มไป 2 หมื่น ก็ต้องนั่งเก็บเงินรากงอกติดเก้าอี้ตั้ง 1 เดือน อะไรประหยัดได้ก็ประหยัดครับ

หลังจากได้คอมฯ ได้เฟอร์ แล้ว รายจ่ายส่วนอื่นๆที่ยังไม่ได้พูดถึงก็มี ตกแต่งร้าน หากทำประตูอลูมินั่ม ก็จะเรืิ่มที่ 5 พัน -2 หมื่นเลย แต่งห้องน้ำ ทำฝ้าเพดาน จิปาถะรวมๆ 5 หมื่น เลยครับ
ค่าแอร์ 1 ตัว ราวๆ 3 หมื่น (30k BTU)

ค่าเดินสายไฟ 3-5 พัน (ในส่วนนี้ ให้ช่างไฟเดินสายแลนด์ไปด้วยเลยนะครับ ง่ายดี)
ค่าช่างคอมเดินระบบทั้งหมด ไม่ควรเกิน 1-2 หมื่น (หาใครไม่ได้ติดต่อผมได้ครับ อิ๊ๆ 555+)
และ ที่สำคัญ...ค่าลิขสิทธิ์ ในส่วนนี้ ผมขอยืนยันนอนยันกลิ้งยันได้เลยครับ ว่าให้ซื้อแต่ เกมส์ Warcraft III และต้องซื้อตรงจาก Asiasoft เท่านั้น ไปซื้อมือ 2 มา เวลาเค้ามาตรวจใช้ไม่ได้ครับ และบอกได้เลยครับ ว่าช่วงนี้ Asiasoft เข้มมากๆ มีร้านเกมส์โดนไปหลายร้านแล้ว ปรับ 1 แสนอัพหมด ไม่ได้ขู่สร้างสถาณการณ์นะครับ อันนี้เรื่องจริง อ้างอิง โทรไปถามร้าน Zest(ร้านขายเกมส์ CD ลิขสิทธิ์ที่ดังพอๆกับร้านไดโนเสาร์) พันทิพย์ชั้น 2 ได้ครับ ส่วนอื่นๆ พวกระบบปฏิบัติการ นั้น ไม่ต้องซื้อครับ เขาไม่ตรวจ ซื้อมาเดี๋ยวจะเอาไปดองให้ปลวกกินเปล่าๆ เสียดายเงินแย่ ส่วนเกมส์ Online ทุกเกมส์นั้น ไม่มีลิขสิทธิ์ครับ ผ่านไปได้เลยถ้าไม่อยากเสียตังค์รายปี
-*-

หลังจากเดินระบบเสร็จ ทำทุกอย่างเสร็จ...ร้านเปิดแล้ว ก็มาถึงการบริการลูกค้าครับ

เรียกลูกค้าให้เข้าร้านน่ะมันง่าย แต่การทำให้ลูกค้าคนเดิมเข้ามาเป็นครั้งต่อไปน่ะ ยากกว่าหลายร้อยเท่าเลยครับ
1. หากคุณเปิดร้านเน็ท คุณต้องตอบปัญหาให้ลูกค้าได้ เช่น การสมัคร อีเมลล์ สมัครไอดีเกมส์ น่ารำคาญ แต่จะรักษาผลประโยชน์ระยะยาวได้ครับ
2. หมั่นควรเดินสำรวจร้านบ่อยๆ มีใครหันซ้ายหันขวา วิ่งเข้าไปถามเลย มีปัญหาอะไรให้ช่วยไหม ถ้ามี ก็ได้ใจลูกค้าไปเลยครับ
3. อย่าลืมว่า ช่างมันเถอะลูกค้าคนเดียว เรื่องมากจริง หากคุณคิดแบบนี้ คุณจะเสียลูกค้าขาจำขาจรไปทีละราย และจะไม่เหลืออะไรให้คุณเลย
4. พวกเด็กติดตังค์ อย่าเอ็นดูเขา เอ็นเราจะขาด ไม่มีตังค์ หากเกิน 50บาท หาของประกันเลย


ใน ส่วนของเด็กต่ำกว่า 18 ต้องระวังดีๆนะครับ ถ้าถามว่าผมมีมั้ย ผมบอกได้เลยของผมก็มี แต่ต้องดูความเหมาะสม 1-2 คน อะไรแบบนี้ พอเขามาตรวจก็จับอ้างเป็นหลาน นอนที่นีเลยก็ว่าไปครับ (มุขนี้ใช้รอดมานักต่อนักแล้ว อย่าขาสั่นกลัว ทำไรไม่ถูกละกัน) และที่สำคัญต้องเตี้ยมกับเด็กก่อนครับ





7 วิธีในการจัดการเงินสดหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ

7 วิธีในการจัดการเงินสดหมุนเวียนให้มีประสิทธิภาพ
สิ่งที่ท้าทายในการดำเนินธุรกิจขนาดเล็กประการหนึ่งก็คือสภาพความไม่แน่นอน ผมไม่เพียงแต่กำลังพูดถึงเรื่องการดำเนินธุรกิจที่ต้องมีความต่อเนื่องเท่านั้น แต่ยังพูดถึงการหมุนเวียนของกระแสเงินสดในการดำเนินธุรกิจอีกด้วย ต่อไปนี้เป็นแนวคิดการปรับปรุงเงินสดหมุนเวียนของธุรกิจขนาดเล็ก

เรียกเก็บเงินโดยทันที
คุณเคยประสบกับเหตุการณ์ที่มัวแต่ยุ่งอยู่กับสร้างงานและพยายามส่งงานให้ทันจนลืมเรียกเก็บเงินอยู่เสมอใช่หรือไม่ ไม่ใช่คุณคนเดียวที่เป็นเช่นนั้น ปัญหาที่ร้ายแรงนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติของธุรกิจขนาดเล็ก

หากคุณยังไม่ได้ใช้ระบบการเก็บเงินใดๆ ในขณะนี้ ให้เริ่มต้น (หรือมอบหมายให้พนักงานเริ่มต้น) เรียกเก็บเงินค่าโครงการต่างๆ อย่างเป็นประจำในทันที และเมื่อดำเนินโครงการระยะยาวหรือติดต่อธุรกิจกับลูกค้าในระยะยาวแล้ว ให้เจรจาเป็นการล่วงหน้าในการกำหนดการชำระเงินอย่างสม่ำเสมอแทนที่จะปล่อยให้ยอดหนี้สะสมจนสิ้นสุดโครงการ

สร้างแรงจูงใจให้ชำระเงินคุณเร็วขึ้นกว่าเดิม
บางครั้งธุรกิจขนาดเล็กสามารถลดเวลารอการชำระหนี้ที่ค้างแก่คุณได้อย่างมากด้วยการให้ข้อเสนอลดราคาให้ในกรณีที่ชำระหนี้เร็วขึ้น ผมเคยได้รับใบแจ้งหนี้ในธุรกิจที่เสนอลดให้ 1% หรือ 2% หากชำระภายใน 10 วัน ดังนั้น หากผมมีความคิดที่จะชำระหนี้ภายใน 30 วันอยู่แล้ว ผมคงมีแนวโน้มที่จะรีบเขียนเช็คออกไปทันทีเพื่อจะได้ส่วนลดที่เล็กน้อยนั้น ข้อเสนอดังกล่าวเป็นสิ่งที่ดีทั้งในแง่ของหนี้คงค้างและในแง่เงินสดหมุนเวียนด้วย

หลีกเลี่ยงลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้า/ไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้น
วิธีการที่ดีที่สุดในการหลีกเลี่ยงปัญหาเงินสดหมุนเวียนอันเกิดจากลูกค้าหรือบริษัทต่างๆ ไม่ยอมชำระหนี้ให้แก่คุณก็คือ การตัดลูกค้าประเภทชำระหนี้ช้า/ไม่ชำระหนี้ตั้งแต่ต้นทิ้งไปไม่ให้เป็นลูกค้าของเรา เพราะฉะนั้น หากมีใครบางคนกำลังจะเป็นลูกค้าสำคัญของเรา เราควรทำการบ้านเสียก่อน โดยถามและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของลูกค้ารายดังกล่าวจากผู้ที่เคยทำธุรกิจกับเขามาก่อน

ใช้ระบบแลกเปลี่ยนแทนเงินสด
คุณสามารถลดปัญหาเรื่องเงินตึงได้ด้วยการใช้สินค้าหรือบริการที่คุณมีแลกกับสินค้าหรือบริการของผู้อื่น หากสามารถกระทำได้

ลดปริมาณสินค้าคงคลัง
แม้ว่าคุณไม่สามารถใช้ระบบการจัดการสินค้าคงคลังชนิด "just-in-time" ได้ อย่างน้อยก็ควรให้มีลักษณะที่ใกล้เคียงกัน เนื่องจากเงินที่ใช้จ่ายในสินค้าคงคลังเป็นเงินที่ไม่ก่อให้เกิดดอกผลหรือเป็นเงินออมที่คุณสามารถใช้ได้

การลดปริมาณสินค้าคงคลังบางครั้งเป็นสิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย ผมเคยเห็นภัตตาคารที่ลดจำนวนเหล้าไวน์ที่มีบริการลูกค้าให้เหลือยี่ห้อไวน์ที่มีคุณภาพเพียงไม่กี่ยี่ห้อแทนที่จะมีไวน์ทุกชนิดไว้บริการตามความต้องกรของลูกค้าทุกคน แม้ว่าลูกค้าอาจมีรสนิยมที่ดีในการดื่มไวน์ เขาก็ยังคงได้ดื่มไวน์ที่ดีอยู่เหมือนเดิมโดยไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

การลดจำนวนเจ้าหนี้เงินกู้ให้น้อยลง
ผมทราบว่าการขอกู้เงินของธุรกิจขนาดเล็กเป็นเรื่องยากลำบากมาก แต่ก็แปลกใจที่มีบางรายสามารถกู้เงินได้หลายทางด้วยกัน มีธุรกิจขนาดเล็กรายหนึ่งที่ผมรู้จัก มีพนักงานเพียงหนึ่งคน แต่มีการกู้เงินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเขาถึง 4 ประเภทด้วยกันคือ เงินกู้สำหรับอุปกรณ์เครื่องมือ เงินกู้รถยนต์ วงเงินกู้เพื่อดำเนินธุรกิจ และบัตรเครดิตสำหรับธุรกิจ

หากคุณมีเงินกู้อยู่หลายประเภทในการดำเนินธุรกิจของคุณ ให้พิจารณาดูว่า อัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขของแต่ละรายเป็นอย่างไร คุณอาจสามารถรวมจำนวนผู้ให้กู้ 2 รายหรือมากกว่านั้น ให้เป็นรายเดียวโดยมีอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเพื่อทำให้เงินสดหมุนเวียนของคุณดีขึ้น โดยปกติ ผมเป็นคนที่ไม่ชอบยืดระยะเวลาการชำระหนี้เท่าใดนัก แต่ถ้าหากคุณมีความคิดที่จะเจรจากับผู้ให้กู้เพื่อการรวมเงินกู้ทั้งหมดที่มีอยู่ให้เป็นเงินกู้รายเดียว คุณควรเจรจาให้เงินกู้ใหม่นี้มีระยะการชำระหนี้ที่ยาวกว่าเดิมเพื่อแลกกับยอดการชำระรายเดือนที่ต่ำลง




- เพื่อนบ้าน -

เทคนิคในการพัฒนาบุคลากรมีด้วยกันหลายวิธี ดังนี้

เทคนิคในการพัฒนาบุคลากร
เทคนิคในการพัฒนาบุคลากรมีด้วยกันหลายวิธี ดังนี้
1) การฝึกอบรม ประชุมและสัมมนา จำแนกเป็นการฝึกอบรม 4 ประการ คือ
1.1) การฝึกอบรมก่อนเข้าทำงาน เป็นการฝึกอบรมเพื่อเตรียมตัวบุคลากรให้สามารถปฏิบัติงาน
ได้อย่างเหมาะสม ซึ่งในการฝึกอบรมก่อนเข้าทำงานนี้ สามารถดำเนินการโดยหน่วยงาน เจ้าสังกัดเองหรือ สถาบันวิชาชีพอื่นๆก็ได้
1.2) การฝึกอบรมปฐมนิเทศ (Induction or Orientation) เป็นการฝึกอบรมบุคลากรที่บรรจุใหม่
หรือโอนมาปฏิบัติงานใหม่ เพื่อเป็นการต้อนรับแนะนำและชี้แจงวัตถุประสงค์ นโยบาย เป้าหมาย และแผน งานโครงการให้บุคลากรในหน่วยงาน
1.3) การฝึกอบรมหลังเข้าทำงาน (In-service Training) เป็นการฝึกอบรมเพื่อให้บุคลากรในองค์
กรหรือหน่วยงานมีความรู้ ทักษะและประสบการณ์เพิ่มขึ้น
1.4) การอบรมเพื่อเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น (Training For Promotion) เป็นการฝึกอบรมที่มุ่งเน้นการ
เตรียมพร้อมในการปฏิบัติงานให้กับบุคลากรที่ได้รับการเลื่อนตำแหน่งที่สูงขึ้น ทั้งนี้เพื่อเป็นการสร้าง
ความมั่นคงให้กับองค์การ ลักษณะการฝึกอบรมมี 2 ลักษณะ คือ การฝึกอบรมเพื่อเข้าสู่ตำแหน่ง และการ
ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาความรู้ทักษะ และประสบการณ์ก่อนการเข้ารับตำแหน่งใหม่

2) การส่งบุคคลไปศึกษาต่อหรือดูงาน เป็นการพัฒนาเพื่อเพิ่มพูนวุฒิ ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์
แก่ผู้ได้รับการพัฒนาทั้งในและต่างประเทศ ในแนวทางปฏิบัติถือระเบียบและวิธีการดำเนินการตามที่ทาง
ราชการกำหนดเป็นหลัก ดังนั้นผู้ที่ศึกษาอบรมดูงานจึงต้องปฏิบัติตามระเบียบที่ทางราชการกำหนดไว้

3) การพัฒนากระบวนการปฏิบัติงาน ด้วยกิจกรรมดังต่อไปนี้
3.1) การแนะนำชี้แจง
3.2) การประชุมชี้แจง
3.3) การสอนงาน
3.4) การปฏิบัติงานหรือการทดลองปฏิบัติงาน
3.5) การมอบหมายงานให้ปฏิบัติ
3.6) การให้คำแนะนำปรึกษา
3.7) การจัดเอกสารและคู่มือปฏิบัติงาน
3.8) การสับเปลี่ยนหน้าที่
3.9) การโยกย้าย

4) การพัฒนาตนเอง คือ การที่บุคลากรใช้วิธีการเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถ และทักษะในการ
ทำงานให้กว้างขวางยิ่งขึ้นด้วยตนเอง ตลอดจนเกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับตนเองมากขึ้น ซึ่งจะก่อให้เกิดผลดีทั้งในการปฏิบัติหน้าที่การงานและผลดีต่อตนเองด้วยการพัฒนาโดยกระบวนการบริหารเป็นการพัฒนา
บุคลากรโดยการนำเทคนิคการบริหารมาใช้โดยผู้บริหารเป็นผู้พัฒนาบุคลากรด้วยเทคนิคต่างๆ

5) การพัฒนาโดยกระบวนการบริหาร ประกอบด้วยการบริหารโดยเป้าหมายหรือโดยวัตถุประสงค์
การบริหารงานโดยมีส่วนร่วม และเทคนิควิธีควบคุมคุณภาพ ดังนี้
5.1) การบริหารโดยเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์(MBO) คือ การที่บุคคลในหน่วยงานได้ร่วมกำหนด
เป้าหมายของหน่วยงานร่วมกันและการรับทราบเป้าหมายของหน่วยงานในแต่ละระดับ ซึ่งสามารถทำให้
บุคลากรสามารถทำงานได้ตามวัตถุประสงค์ขององค์การ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของการจัดการโดยยึดวัตถุประสงค์ ขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของฝ่ายบริหาร หากฝ่ายบริหารได้ให้การสนับสนุนอย่างแท้จริงและเข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหาร ตามวิธีที่จะช่วยให้มีการนำไปใช้ปฏิบัติงานทั่วไปในระดับต่างๆ ของกิจการจะต้องพยายามระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน นั่นคือผลงานต่างๆต้องสามารถระบุออกมาเป็นตัววัดที่สามารถวัดได้ ต้องมีการกำหนดเวลา ต้องเป็นที่เข้าใจได้ง่าย และเป็นเป้าหมายที่ท้าทายความสำเร็จด้วย

5.2) การบริหารงานโดยมีส่วนร่วม (Participation Management) เป็นลักษณะของการบริหารงาน
แบบหนึ่งที่จัดรูปแบบการบริหารในลักษณะทีมงานการบริหาร หรือทีมผู้ปฏิบัติงานในระดับต่างๆ โดย
เฉพาะอย่างยิ่งในระดับปฏิบัติ ซึ่งจะเป็นระบบที่เปิดโอกาสให้ผู้ปฏิบัติงานได้มีส่วนร่วมในการบริหารงาน
และร่วมกันปฏิบัติงานมีความแข็งแกร่ง และร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติงานมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นการที่บุคคล ได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานนั้นจะทำให้บุคคลได้พัฒนาความรู้ความเข้าใจความชำนาญร่วมกันด้วย ซึ่ง เทียบเท่ากับเป็นการพัฒนาทางหนึ่งด้วย

5.3) เทคนิควิธีควบคุมคุณภาพ (Q.C) เป็นวิธีการทำงานที่ให้ผู้ปฏิบัติงานได้ร่วมกันเองอย่างเป็น
ระบบ ภายใต้การสนับสนุนของหน่วยงาน ซึ่งจะส่งผลให้ลดปัญหาและทำให้งานมีประสิทธิภาพ พร้อมกับทำให้บุคลากรเกิดการพัฒนาในการทำงานร่วมกัน





จุดมุ่งหมายของการพัฒนาบุคลากร

จุดมุ่งหมายของการพัฒนาบุคลากร
ในการพัฒนาบุคลากรย่อมมีจุดมุ่งหมายในการพัฒนา เพื่อนำองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่ตั้งไว้ตาม
แผนพัฒนาบุคลากรของแต่ละองค์กร มีนักวิชาการหลายท่านได้กล่าวถึงจุดมุ่งหมายของการพัฒนาบุคลากร แต่พอสรุปได้ดังนี้

1) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับการปฏิบัติงานของบุคลากร
2) เพื่อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงาน
3) เพื่อพัฒนาการปฏิบัติงานให้ได้ผลสูงสุด
4) เพื่อลดความสิ้นเปลืองและป้องกันอุบัติเหตุในการปฏิบัติงาน
5) เพื่อจัดวางมาตรฐานการปฏิบัติงาน
6) เพื่อพัฒนาฝีมือในการปฏิบัติงานของครู
7) เพื่อพัฒนาการบริหารโดยเฉพาะครู อาจารย์ให้พอใจทุกฝ่าย
8) เพื่อฝึกบุคลากรไว้เพื่อความก้าวหน้าของงานและขยายองค์การ
9) เพื่อสนองการบริการอันมีประสิทธิภาพแก่สาธารณะ
10) เพื่อความก้าวหน้าในการเลื่อนตำแหน่ง
11) เพื่อพัฒนาท่าทีและบุคลิกภาพในการปฏิบัติงาน
12) เพื่อปรับปรุงสภาพให้ดีขึ้น
13) เพื่อฝึกวินัยในการตัดสินใจ
14) เพื่อส่งเสริมขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน


นอกจากนี้การพัฒนาบุคลากรยังช่วยให้เกิดประโยชน์ ดังนี้

  1. ช่วยแนะนำส่งเสริมให้ปฏิบัติงานมีสมรรถภาพยิ่งขึ้น ให้ขวัญและกำลังใจในกาทำงาน
  2. มอบหมายงานให้รับผิดชอบ ให้ทุกคนเรียนรู้งานและเข้าใจงาน สามารถปฏิบัติงานแทนกันได้ในบางกรณี
  3. กระตุ้นให้ทุกคนปฏิบัติงานเพื่อความเจริญก้าวหน้าทั้งของตนเองและของหน่วยงาน
  4. ช่วยแนะนำส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากรมีความคิดสร้างสรรค์ สอนงานบุคคลหรือผู้ใต้บังคับบัญชา
  5. ให้บุคลากรรู้จักสร้างชื่อเสียงให้กับองค์การ
  6. พัฒนาบุคลากรด้วยการฝึกอบรม ให้เกิดมีความรู้ความเข้าใจ ความชำนาญ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สามารถนำความรู้ไปใช้ในการปฏิบัติงานได้เป็นอย่างดี
  7. นำไปศึกษาดูงานยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่เป็นตัวอย่างที่ดี ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาประยุกต์และปรับปรุงงานของตนเองให้ดียิ่งขึ้น เป็นการเพิ่มประสบการณ์ให้แก่บุคลากร
  8. สนับสนุนให้บุคลากรมีโอกาสศึกษาต่อในหลักสูตรต่าง ๆ ที่สูงขึ้นตามที่ตนเองถนัด