Sunday, January 8, 2012

การกีดกันทางการค้า (Barriers to entry)

มาตรการทางศุลกากรและการกีดกันทางการค้า ทำให้เป็นเรื่องยากที่บริษัทใหม่ๆ จะขยายตัวเข้าสู่กลุ่มอุตสาหกรรมนั้นๆ  อุตสาหกรรมใดที่มีกำแพงภาษีในการนำเข้าต่ำ  ก็จะเป็นการเพิ่มการแข่งขันทางการค้าที่สูงขึ้น การใช้เครือข่ายสารสนเทศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเพราะเป็นการลดต้นทุนในการลงทุนและในการจัดหาสิ่งอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม แต่ก็อาจตกต่ำได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากคู่แข่งขันมีจำนวนมากขึ้นเกินกว่าความสามารถของตลาดจะรองรับได้:
1.              Economics of scale บอกถึงว่าถ้าหากปริมาณการสั่งสินค้ามากขึ้นแล้ว ต้นทุนต่อหนึ่งผลิตภัณฑ์จะลดลง มีบริษัทหน้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาดการค้าในขณะที่ความต้องการไม่สามารถตอบสนองปริมาณการผลิตสินค้าที่มากเกินไปได้ ดังนั้นราคาต้นทุนต่อหน่วยจึงเพิ่มขึ้น มาตรฐานการวัดทางธุรกิจช่วยให้ผู้ซื้อและผู้ขายสามารถพบกันได้ด้วย
2.              Capital investment เงินลงทุนเบื้องต้น การลงทุนในสิ่งอำนวยความสะดวก อุปกรณ์และเครื่องจักร รวมถึงการฝึกอบรมก็อาจเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับบริษัทหน้าใหม่ ที่ต้องการเป็นผู้เล่นรายหนึ่งในอุตสาหกรรมนั้น 
3.              Access to supply and distribution channels ช่องทางเข้าถึงปัจจัยการผลิต และการกระจายช่องทางธุรกิจ
4.              Learning curves เส้นกราฟการเรียนรู้ การขาดซึ่งประสบการณ์เป็นกำแพงกีดกันทางการค้าที่สำคัญในการเข้าถึงอุสาหกรรมด้วยกราฟของการเรียนรู้


บริษัทคู่แข่งขัน (Competitive Firms) 
ระดับการแข่งขันในอุตสาหกรรมมีผลต่อ การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ของการผลิตสินค้า เทคโนโลยี การลงทุน และกลยุทธ์ในการบริหารการดำเนินงาน สำหรับแต่ละบริษัทในอุตสาหกรรมนั้น บางครั้งการที่โครงสร้างพื้นฐานเปลี่ยนแปลงยิ่งทำให้การแข่งขันในอุตสาหกรรมนั้นๆ สูงมากขึ้น และแต่ละบริษัทก็ได้รับผลตอบแทนที่ต่ำลง เมื่อการแข่งขันในเวทีการค้าโลกยิ่งสูงขึ้น บริษัทต่างๆ ก็จำเป็นต้องค้นหาช่องทางของตนเพื่อให้ได้เปรียบคู่แข่งขันทางการค้า ประสิทธิภาพในการบริหารการดำเนินงานจึงมีความสำคัญมากในการแข่งขันทางการค้า


No comments:

Post a Comment