Monday, January 9, 2012

การศึกษาวิจัย “การค้าปลีกเพื่อการพัฒนา

การศึกษาวิจัยเรื่อง การค้าปลีกเพื่อการพัฒนา  เป็นการวิจัยเชิงสำรวจเฉพาะสามธุรกิจค้าปลีกคือ  ร้านขายยา  ร้านขายวัสดุก่อสร้าง  และร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร  โดยสำรวจครอบคลุมทุกภาคของประเทศไทยและกรุงเทพมหานคร  ขนาดของกลุ่มตัวอย่างมีทั้งหมด  800  ตัวอย่าง  โดยการสุ่มตัวอย่างตามจุดประสงค์  (Purposive  Sampling)  ทำการหาข้อมูลปฐมภูมิจากการสัมภาษณ์โดยใช้แบบสอบถามเป็นเครื่องมือ  โดยมีวัตถุประสงค์คือ  ต้องการสำรวจสภาวะธุรกิจค้าปลีก  สำรวจโครงสร้าง  วิเคราะห์  SWOT  ศึกษาการรวมกลุ่มและการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจ  (Cluster)  ศึกษาปัญหาและอุปสรรค  ความต้องการพัฒนาตนเอง  และความต้องการสนับสนุนจากภาครัฐของธุรกิจทั้งสามประเภท  ผลการวิจัยพบว่า
            ทั้งสามธุรกิจมีลักษณะร้านค้าที่คล้ายๆ กันคือ ตั้งในทำเลที่ติดถนนใหญ่  ไม่มีเครื่องปรับอากาศ  เปิดโล่ง  เปิดร้านวันละ  9 – 12  ชั่วโมง  และเปิดดำเนินการมานานกว่า  10  ปี  ยกเว้นร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่เปิดดำเนินการมาเพียงไม่เกิน  3  ปี  ยอดขายภายใน  3  ปีที่ผ่านมาส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นไม่เกินร้อยละ  5  แต่ร้านขายยายอดขายลดลงประมาณปีละร้อยละ  5  กำไรของธุรกิจเพิ่มลดในทิศทางเดียวกันกับยอดขาย  ยอดขายต่อวันในร้านวัสดุก่อสร้างวันละ  9,000  บาทขึ้นไป  ร้านขายยาและร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรประมาณวันละ  1,000 – 3,000  บาท  สินทรัพย์ของทั้งสามธุรกิจจะคงเดิมในช่วงระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา  ด้านโครงสร้างการจัดการทุกธุรกิจจะเป็นเจ้าของคนเดียว  มีลูกจ้างประมาณ  1 – 3  คน  ยกเว้นร้านขายยาส่วนใหญ่จะไม่มีลูกจ้าง  หน้าที่ทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดคือ  การจัดการการเงิน 
            สำหรับผลกระทบจากสภาวะแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปพบว่า  ต้นทุนการซื้อสินค้าเข้าร้านมีผลมากที่สุด  ยกเว้นธุรกิจร้านขายผลิตภัณฑ์สมุนไพรได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการตลาดมากที่สุด  จึงต้องมีการปรับตัวด้านการตลาด  ส่วนอีกสองธุรกิจต้องมีการปรับตัวด้านการเงินมากที่สุด 
การวิเคราะห์  SWOT  พบว่า  ทั้งสามธุรกิจมีจุดแข็งเรื่องการดูแลเอาใจใส่ลูกค้า  มีจุดอ่อนเรื่องการใช้ประโยชน์จากอินเตอร์เน็ต  มีโอกาสจากชุมชนละแวกใกล้เคียง  และมีภัยคุกคามจากร้านค้าปลีกสมัยใหม่ ส่วนสภาพการรวมกลุ่มและการเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจพบว่า  มีการเชื่อมโยงกับแหล่งวัตถุดิบหรือผู้ผลิตเป็นหลัก  ปัญหาและอุปสรรคในการประกอบธุรกิจทั้งสามประเภทคือ ต้นทุนสินค้าที่สูง และร้านค้าเหล่านี้ต้องการพัฒนาตนเองด้านเทคโนโลยีการค้าปลีกเป็นสำคัญ   ส่วนการสนับสนุนจากภาครัฐที่ร้านค้าปลีกมุ่งหวังนั้น  ขอแต่เพียงรณรงค์ให้สังคมเกิดกระแสนิยมไทยให้ได้ผลมากกว่าที่เป็นอยู่
            จากผลการศึกษาคณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะผู้เกี่ยวข้องในประเด็นต่างๆเพื่อพัฒนาร้านค้าปลีกดังต่อไปนี้
            1.  พยายามลดต้นทุนในการดำเนินงาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้นทุนสินค้า  โดยอาจรวมกลุ่มหรือขอกำลังสนับสนุนจากรัฐ  โดยรัฐควรเป็นแกนกลางในการสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงระหว่างธุรกิจที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ได้ต้นทุนที่ต่ำ  และสมาชิกทุกฝ่ายมีประโยชน์ร่วมกัน
            2.  รักษาจุดแข็งของตนเอง  เรื่องการดูแลเอาใจใส่ลูกค้าไว้ให้มั่นเพื่อความได้เปรียบในการแข่งขันกับร้านค้าสมัยใหม่
            3.  รัฐควรสนับสนุนร้านค้าปลีกเหล่านี้  โดยใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่  เช่น  ซอฟแวร์ต่างๆ  ทางการบัญชี  และการบริหารสินค้าคงคลัง
            4.  รัฐควรรณรงค์ให้เกิดกระแสนิยมไทยให้มาก  และได้ผลมากกว่าที่เป็นอยู่
            อย่างไรก็ตามการช่วยเหลือตนเอง  การพึ่งพาตนเองเป็นสิ่งสำคัญ  ธุรกิจค้าปลีกเหล่านี้จะต้องพัฒนาโดยการศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการค้าปลีกที่เปลี่ยนแปลงและพัฒนาอยู่ตลอดเวลาเพื่อปรับใช้กับกิจการของตนเองเท่าที่จะเป็นไปได้
 















ประเด็นปัญหาในการวิจัย

1.      สภาวะตลาดและแนวโน้มของธุรกิจค้าปลีก  ประเภท  ร้านขายยา   ร้านค้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและร้านค้าวัสดุก่อสร้าง  ดังกล่าวข้างต้นเป็นอย่างไรในปัจจุบัน
2.      โครงสร้าง  การจัดการของธุรกิจค้าปลีกประเภท  ร้านขายยา   ร้านค้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและร้านค้าวัสดุก่อสร้าง   ดังกล่าวในประเทศไทย  เป็นแบบใด  มีการเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่เพียงใด
3.      จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาสและอุปสรรค ของธุรกิจค้าปลีกประเภท  ร้านขายยา   ร้านค้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและร้านค้าวัสดุก่อสร้าง      เป็นอย่างไรบ้าง
4.      ลักษณะของการรวมกลุ่มและการเชื่อมโยงธุรกิจ (Cluster) ประเภท ร้านขายยา   ร้านค้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและร้านค้าวัสดุก่อสร้าง  มีหรือไม่อย่างไร
5.      ปัญหาและอุปสรรคของร้านค้าปลีก ประเภท ร้านขายยา   ร้านค้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร
     และร้านค้าวัสดุก่อสร้าง    ในปัจจุบันมีอะไรบ้าง
6.  ธุรกิจค้าปลีกประเภท  ร้านขายยา   ร้านค้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและร้านค้าวัสดุก่อสร้าง 
      เหล่านี้ต้องการที่จะพัฒนาตนเองอย่างไร
7.  ธุรกิจค้าปลีกประเภท ร้านขายยา   ร้านค้าผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรและร้านค้าวัสดุก่อสร้าง 
      เหล่านี้ต้องการให้ภาครัฐเข้าไปสนับสนุนทางด้านใดบ้างและสนับสนุนอย่างไร

No comments:

Post a Comment