Monday, January 9, 2012

ทัศนคติและค่านิยม

ทัศนคติ (Attitudes) เป็นการประเมินความพอใจ หรือไม่พอใจของบุคคล ความรู้สึกด้านอารมณ์ หรือแนวโน้วการปฏิบัติที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่ง หรือความคิดในความคิดหนึ่ง (Boone and Kurtz. 1999 : G –1) ทัศนคติประกอบด้วย 3 ส่วน คือ ส่วนของความรู้สึก (Affective) ส่วนของความเข้าใจ (Cognitive) และส่วนของพฤติกรรมที่มีต่อสิ่งของ ประเด็นปัญหาหรือบุคคล (Zikmund/d’ and Amico. 2001 : 644)

ค่านิยม (Values) เป็นอำนาจของผลิตภัณฑ์ชนิดใดชนิดหนึ่งที่จะจูงใจให้เกิดการแลกเปลี่ยน (Zikmund / d’ and Amico. 2001 : 659) หรือเป็นการรับรู้ของลูกค้าโดยเปรียบเทียบความสมดุลระหว่างคุณภาพของสินค้า หรือบริการซึ่งธุรกิจจะต้องจัดให้และราคาสินค้านั้น (Boone and Kurtz. 1999 : G – 11)

กิจกรรมทางด้านการตลาด (Marketing activities) หลังจากยุคของ Aristotle การค้าขายในบางประเทศได้รับการต่อต้านจากสังคม เพราะถือว่าเป็นการทำบาป ในประเทศเหล่านี้จะไม่ให้ความสนใจกับการพัฒนากิจกรรมทางด้านการตลาดเลย แต่ในบางประเทศการค้ากลับได้รับความสนใจเป็นอย่างดี เช่น เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส เป็นต้น

ความมั่งคั่ง (Wealth) วัตถุนิยม (Material) ผลประโยชน์ (Gain) และการซื้อกิจการ (Acquisition) ในประเทศสหรัฐอเมริกาถูกมองว่าเป็นสังคมที่มั่งคั่ง (Affluent society) เป็นสัญลักษณ์ของความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับจากสังคม แต่ในสังคมของผู้นับถือศาสนาพุทธหรือฮินดู การนิพพานเป็นสิ่งปรารถนาสูงสุดจึงอาจทำให้คนไม่มีแรงจูงใจในการผลิตและการบริโภค อย่างไรก็ตามผลของการปฏิรูปทำให้การคาดหวังได้เกิดขึ้นทั่วโลก ความแตกต่างของแต่ละประเทศเกี่ยวกับทัศนคติต่อการครอบครองกิจการจะเริ่มลดลง

การเปลี่ยนแปลง (Change) เมื่อบริษัทเข้าสู่ตลาดต่างประเทศจะมีการปรับเพื่อหาหนทางการดำเนินการแบบใหม่ตลอดจนการผลิตสินค้าใหม่

ความเสี่ยง (Risk taking) เมื่อผู้บริโภคยอมรับสินค้าใหม่เท่ากับเป็นการยอมรับความเสี่ยง ในสังคมที่เป็นแบบอนุรักษ์นิยม (Conservative society) นั้นจะมีความไม่เต็มใจที่จะยอมรับความเสี่ยงที่เกิดจากการใช้สินค้าใหม่ นั่นคือ การยอมรับสินค้าใหม่ๆ จะเป็นไปได้ยาก ดังนั้นนักการตลาดจึงต้องหาหนทางในการลดความเสี่ยง เช่น การให้ผู้บริโภคทดลองใช้สินค้า การใช้พรีเซ็นเตอร์ที่เป็นที่ยอมรับของกลุ่มคนนั้นๆ เป็นต้น

พฤติกรรมของผู้บริโภค (Consumer behavior) เป็นกิจกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการคัดเลือก (Selecting) การซื้อ (Purchasing) และการใช้ (Using) ผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการและความพอใจของผู้บริโภค (Zikmund/d’ and Amico. 2001 : 726)


องค์กรทางสังคม (Social organization) หมายถึง การที่คนจะเกี่ยข้องกับบุคคลอื่นซึ่งจะแตกต่างกันไปในแต่ละสังคม ลักษณะขั้นพื้นฐานขององค์กรทางสังคมคือ ระบบญาติพี่น้อง (Kinship) ในสังคมอเมริกันหน่วยขององค์กรทางสังคมที่สำคัญที่สุดคือ ระบบครอบครัว ซึ่งประกอบด้วย พ่อ แม่ และลูกที่ยังไม่ได้แต่งงานอยู่ในครัวเรือนเดียวกัน แต่ในประเทศกำลังพัฒนาจะเป็นการอยู่รวมกันเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ (Extended family) โดยมีการปกป้องดูแลและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

เขตแดนร่วมกัน (Common territory) ในประเทศสหรัฐอเมริกา การมีเขตแดนร่วมกัน (Common territory) หมายถึง เพื่อนบ้าน คนที่อาศัยอยู่ชานเมือง หรือตัวเมือง แต่ในประเทศแถบเอเซียและแอฟริกาอาจหมายถึง กลุ่มคนหรือชนเผ่าต่างๆ (Tribal grouping) ซึ่งโดยมากถือว่าเป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

กลุ่มคนที่มีความสนใจร่วมกันเป็นพิเศษ (Special – interest group) คือ กลุ่มคนหรือองค์กรที่มีความสนใจร่วมกัน หรือความคิดเห็นเหมือนกันในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ศาสนา อาชีพ สันทนาการ หรือการเมือง ซึ่งกลุ่มที่มีความสนใจร่วมกันนั้นจะเป็นประโยชน์ในการแบ่งตลาด

องค์กรทางสังคมแบบอื่นๆ (Other kinds of social organization) ชนิดขององค์กรทางสังคม นอกจากที่กล่าวมาแล้วนั้นยังสามารถแบ่งได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้ (1) องค์กรทางสังคมที่แบ่งตามการแบ่งชนชั้นหรือวรรณะ (Caste or class groupings) (2) องค์กรทางสังคมที่แบ่งตามกลุ่มอายุ (Base on age) (3) องค์กรทางสังคมที่แบ่งตามบทบาทของสตรีทางด้านเศรษฐกิจ (Role of women in the economy)

ตัวแปรทางด้านวัฒนธรรมและการจัดการทางด้านการตลาด (Cultural variables and marketing management) วัฒนธรรมจะหล่อหลอมรูปแบบพฤติกรรมและการมีส่วนร่วมของคนในสังคม ความสำคัญของตัวแปรทางด้านวัฒนธรรมต่อกิจการในการตลาดระหว่างประเทศนั้นคือ วิธีการที่ทำให้กิจการสามารถทำการตลาดในสังคมที่เฉพาะเจาะจง (Particular society) ได้ และจะดำเนินการให้เหมาะสมโดยใช้ปัจจัยต่างๆ หรืออีกนัยหนึ่ง การตลาดระหว่างประเทศเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรม
         


No comments:

Post a Comment