Monday, April 2, 2012

วิธีดูแลตนเอง เมื่อสูญเสียหน้าที่การงาน โดย Diane Tracy ผู้ก่อตั้ง Tracy Communications

เมื่อต้องออกจากหน้าที่การงาน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม สิ่งแรกที่ควรทำ คือ โทรหากลุ่มเพื่อน คนที่คุณรักและยอมรับในสิ่งที่คุณเป็น คนที่คุณไม่ต้องสวมหน้ากากเข้าหา ก่อนที่จะเริ่มมองหางานใหม่ต่อไป คุณต้องควบคุมอารมณ์ความรู้สึกของตนเองให้ดีก่อน เพราะการตกงานอาจจะทำให้เจ็บปวดได้ไม่น้อยเลยทีเดียว และยังอาจจะต้องให้ผู้อื่นช่วยเยียวยาความรู้สึกของคุณด้วย

สำหรับบางคน เมื่อรู้สึกหมดหวัง มักเลือกเก็บตัวอยู่คนเดียวและตัดขาดจากผู้อื่น แทนการขอให้ผู้อื่นช่วยเหลือ เพราะรู้สึกว่า ตนเองเป็นคนอ่อนแอ หากแสดงความรู้สึกที่แท้จริง หรือขอร้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือ เช่นเดียวกับสัตว์ที่บาดเจ็บนั่นเอง มักจะเก็บตัวเพื่อรักษาความเจ็บปวดของตนเอง บางคนจะแสดงความ “เกี้ยวกราด” กับผู้อื่น เพื่อปิดกั้นตนเองและไม่ให้ผู้อื่นรู้สึกสงสาร ปัญหานี้จะสะสมมากขึ้น เมื่อรู้สึกว่าตนเองเป็นที่ก่อปัญหา ยิ่งเราอยู่กับความรู้สึกผิดและความเจ็บปวดนานเท่าใด ก็ยิ่งต้องใช้เวลาในการเยียวยาตนเองจากความเจ็บปวดมากขึ้นเท่านั้น

หากคุณเป็นคนที่มักจะทำอะไรด้วยตนเอง และไม่ชอบขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น นี่เป็นโอกาสที่ดีในการเรียนรู้เพื่อให้ตนเองเติบโตได้อีกก้าวหนึ่ง เพราะถือเป็นโอกาสอันดีที่จะทำให้เราได้ใกล้ชิดกับผู้อื่นมากขึ้น หากคุณรู้จักแต่ความมั่นใจในตนเอง และปิดกั้นไม่ให้ผู้อื่นรู้จักตัวตนที่แท้จริงและข้อเสียของคุณ คุณจะไม่มีโอกาสได้สร้างความสนิทสนมกับผู้อื่น หากคุณไม่รู้จักแสดงจุดอ่อนของตนเองออกมาบ้าง และเมื่อต้องเผชิญกับปัญหา คุณไม่สามารถที่จะอยู่ตัวคนเดียวได้ และรู้สึกว่าตนเองโดดเดี่ยว ดังนั้นคุณต้องทำความเข้าใจความหมายของคำว่าสังคม ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และการปฏิบัติตัวต่อผู้อื่น

คุณต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่นเมื่อรู้สึกหมดหวัง ดังนั้นการขอร้องให้ผู้อื่นช่วย ไม่ใช่การแสดงความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณของสุขภาพจิตที่ดี ความเจ็บปวดอาจจะเป็นผลมาจากการเสแสร้งก็เป็นได้ หากคุณสามารถดึงตัวเองออกมาจากความโดดเดี่ยวได้ คุณจะสามารถสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นได้ลึกซึ้งมากขึ้น

เมื่อคุณรู้สึกว่าต้องการความช่วยเหลือ คุณต้องเลือกคนที่ไว้ใจได้ซักคน เพื่อให้ช่วยรับฟังปัญหาอย่างเป็นกลาง เพียงแต่รับรู้ความรู้สึกของคุณเท่านั้น โดยต้องเลือกคนที่คุณไว้ใจได้เพื่อแบ่งปันความรู้สึกของคุณให้ทราบ เลือกคนที่ไม่ได้ต้องการสอดรู้สอดเห็น แต่ต้องการอยู่เคียงข้างคุณเมื่อมีปัญหา แม้ว่าพวกเขาอาจจะไม่เข้าใจความรู้สึกของคุณอย่างแน่ชัด แต่พวกเขาจะทำให้คุณรู้สึกดีขึ้น เมื่อได้เล่าความรู้สึกของตนเองออกไป

นี่คือลักษณะอาการที่บ่งบอกว่าปัญหาในการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น :
  • พยายามแก้ไขทุกปัญหาด้วยตนเอง
  • ปกปิดความรู้สึกของตนเองไม่ให้ผู้อื่นรวมทั้งคนใกล้ชิดทราบ เมื่อตนเองรู้สึกผิดหวัง
  • รู้สึกขัดเคืองใจเมื่อผู้อื่นพยายามให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะเมื่อไม่ได้ขอร้องให้ช่วย
  • พยายามหลีกเลี่ยงการขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น
  • เก็บทุกปัญหาของตนเองไว้เป็นความลับ
  • เมื่อต้องขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น จะรู้สึกลำบากใจและรู้สึกว่าตนเองอ่อนแอ
  • คิดว่าผู้ที่ขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น คือ คนอ่อนแอ


การได้ทำงานเป็นการแสดงถึงความมั่นคงอย่างหนึ่งของคนเรา เพราะงานเป็นหนึ่งในโครงสร้างของชีวิต และทำให้เราทำตามเป้าหมายของตนเองได้ เมื่อไม่มีงานทำ จะทำให้เรารู้สึกว่าสูญเสียทุกอย่างไป รู้สึกสิ้นหวังและไม่อยากรับรู้สิ่งใดอีก และขึ้นอยู่กับตัวเราเองว่าจะทำให้ความรู้สึกเหล่านั้นหายไปเมื่อใด หากเราไม่ใช่คนผิดสำหรับปัญหาที่เกิดขึ้น แต่เราก็มีส่วนรับผิดชอบที่ปล่อยให้เกิดปัญหาขึ้นได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่เราต้องยอมรับกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากการสูญเสียการงาน แต่ในขณะเดียวกัน ก็ต้องพิจารณาเหตุการณ์เหล่านั้นอย่างเหมาะสมด้วยเช่นกัน

หากรู้สึกว่าตนเองเลิกสนใจต่อสิ่งต่างๆรอบตัว นี่คือข้อแนะนำเพื่อเรียกความสนใจของตนเองกลับมา :
  • หยุดคิดถึงสิ่งที่ตนเองสูญเสียไป แล้วหันกลับมาคิดถึงสิ่งที่ยังคงอยู่ นึกถึงสิ่งที่ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และสิ่งที่จะทำให้คุณสบายใจ
  • เปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเหตุการณ์นั้นๆ และคิดในแง่ดีว่า ประสบการณ์ที่เกิดขึ้นสอนให้คุณเรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆ
  • ระลึกไว้เสมอว่า อุปสรรคและความยากลำบาก คือ ส่วนหนึ่งของชีวิต และไม่นานมันก็จะผ่านไป
  • จำไว้ว่า ไม่ใช่แค่คุณคนเดียวที่ต้องเผชิญกับปัญหาและอุปสรรคต่างๆ ก่อนที่จะก้าวไปสู่ชัยชนะ
  • เรียงลำดับสิ่งต่างๆที่ยังอยู่คงเดิม แล้วเปรียบเทียบว่ามีความสำคัญมากเท่ากับสิ่งที่สูญเสีย หรืออาจจะสูญเสียไปได้หรือไม่
  • เตือนตนเองอยู่เสมอว่า เกมยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงจุดจบ คงไม่มีอะไรที่เลวร้ายกว่านี้เกิดขึ้นได้อีกแล้ว ทุกสิ่งสามารถเปลี่ยนแปลงได้ภายในระยะเวลาชั่วพริบตาเท่านั้น
  • ลองเดินไปเรื่อยๆ ท่ามกล่างแมกไม้ หรือในสวนสาธารณะ สังเกตว่าเพราะอะไรทุกอย่างรอบตัวยังคงเป็นเช่นเดิม แล้วปล่อยใจไปกับความสวยงามที่อยู่รอบตัวเรา
  • พูดคุยกับผู้อื่นเกี่ยวกับความยากลำบากที่พวกเขาได้ประสบมา แล้วลองถามพวกเขาดูว่า สามารถก้าวผ่านอุปสรรคเหล่านั้นมาได้อย่างไร
  • อย่าคิดถึงแต่ตนเอง ลองทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทนบ้าง แม้ว่าปัญหาของคุณจะไม่ได้หายไป แต่มันก็จะไม่ใช่ปัญหาที่ต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อแก้ไขอีกต่อไป


คุณคือผู้ที่จะตัดสินว่า ปัญหาต่างๆมีความสำคัญมากเพียงใด และสามารถเลือกได้ว่า จะปล่อยให้ปัญหานั้นทำลายตัวคุณเอง หรือ เป็นบทเรียนให้ตนเองเข้มแข็งขึ้น 


ที่มา @ careers.jobstreet.co.th/work

No comments:

Post a Comment