Monday, June 25, 2012

รู้จักคำศัพท์ทางการลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์ O-Z

O
ODD LOT
หน่วยย่อย

จำนวนหลักทรัพย์ซึ่งต่ำกว่า 1 หน่วยการซื้อขาย เช่น ในกรณีที่หน่วยการซื้อขายเท่ากับ 100 หุ้น หน่วยย่อยในที่นี้ หมายถึง หุ้นที่มีจำนวนตั้งแต่ 1 หุ้น ถึง 99 หุ้น
ทั้งนี้ การซื้อขายหุ้นในจำนวนที่ไม่เต็ม 1 หน่วยการซื้อขาย หรือ Odd Lot จะต้องซื้อขายบนกระดานหน่วยย่อย (Odd-Lot Board) ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดไว้ให้
OFFER
ราคาเสนอขาย

ราคาเสนอขายของหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่ง ณ ขณะใดขณะหนึ่ง อาจมีราคาเสนอขายเข้ามาหลายระดับราคา ซึ่งระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะเรียงลำดับคำสั่งซื้อ/ขายตามราคาเสนอซื้อ/เสนอขายที่ดีที่สุดไว้ เพื่อรอการจับคู่การซื้อขาย โดยราคาที่ดีที่สุดในที่นี้มีหลักเกณฑ์ว่า ผู้เสนอขายที่ให้ราคาต่ำกว่าควรได้สิทธิขายก่อนผู้เสนอขายรายอื่นๆ ทั้งนี้ ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ จะแสดงราคาเสนอขายต่ำที่สุดไว้

OPEN-END FUND
กองทุนเปิด

เป็นกองทุนรวมประเภทรับซื้อคืนหน่วยลงทุนที่ไม่มีการ กำหนดขนาดและอายุของกองทุนที่แน่นอน โดยจะมีการออกหน่วยลงทุนใหม่เพื่อขายตลอดเวลาที่มีผู้ต้องการซื้อ และจะรับซื้อคืนหน่วยลงทุนจากผู้ถือที่ต้องการขายคืนด้วยราคาขายหน่วยลง ทุนออกใหม่และราคารับซื้อคืนหน่วยลงทุน จะใช้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (Net Asset Value) ต่อหน่วยลงทุนเป็นเกณฑ์

OPENING PRICE
ราคาเปิด

เป็นราคาหลักทรัพย์ที่เกิดจากการซื้อขายรายการแรกของแต่ละวันทำการ เกิดจากการที่ระบบการซื้อขายของตลาดหลักทรัพย์ฯ รวบรวมคำสั่งซื้อ/ขายหลักทรัพย์ทั้งหมดที่ส่งเข้ามาซื้อขายบนกระดานหลัก ในช่วงเช้าก่อนเปิดตลาด (Pre-opening) ตั้งแต่เวลา 9.30 น และทำการสุ่มเลือกเวลาเปิดตลาดในช่วงระหว่าง 9.55 - 10.00 น.
พร้อมทั้งคำนวณราคาเปิดของแต่ละหลักทรัพย์ตามหลักการ ดังนี้
  • ใช้ราคาที่ทำให้เกิดการซื้อขายได้ปริมาณมากที่สุด
  • ถ้ามีราคาตามข้อ 1 มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาใกล้เคียงกับราคาซื้อขายในวันทำการก่อนหน้า
  • ถ้ามีราคาตามข้อ 2 มากกว่า 1 ราคา ให้ใช้ราคาที่สูงกว่าราคาดังกล่าว

OPTIONS
ออปชั๋น

ออปชั่น หมายถึง สัญญาระหว่างคู่สัญญา 2 ฝ่ายคือ ผู้ซื้อ และผู้ขาย โดยผู้ขายให้สิทธิกับผู้ซื้อที่จะทำการซื้อหรือขายสินค้าตามจำนวน ราคา และภายในระยะเวลาที่
ระบุไว้ในสัญญา ออปชั่นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ออปชั่นที่ให้สิทธิกับผู้ซื้อออปชั่นในการ “ซื้อ” สินทรัพย์อ้างอิง เรียกว่า “คอลออปชั่น” (Call Option) ออปชั่นที่ให้สิทธิกับผู้ซื้อออปชั่นในการ “ขาย” สินทรัพย์อ้างอิงนั้นเรียกว่า “พุทออปชั่น” (Put Option) เพื่อแลกกับการได้สิทธิในการซื้อหรือขายสินทรัพย์อ้างอิงนั้นมา ผู้ซื้อออปชั่นจะต้องจ่ายเงินจำนวนหนึ่งที่เรียกว่า “ค่าพรีเมี่ยม” (Premium) ให้กับผู้ขายออปชั่น โดยเมื่อตกลงซื้อขายออปชั่นกันแล้ว สิทธินั้นอยู่กับผู้ซื้อ ผู้ซื้อเลือกที่จะใช้สิทธิหรือไม่ก็ได้ แต่ผู้ขายออปชั่นนั้นมีภาระหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามสัญญาเมื่อผู้ซื้อ เรียกร้องขอใช้สิทธิที่มีอยู่นั้น ราคาที่ผู้ซื้อสามารถใช้สิทธิซื้อหรือขายตามสัญญาออปชั่น เราเรียกว่า “ราคาใช้สิทธิ” (Exercise Price หรือ Strike Price)



P
PAR VALUE (FACE VALUE)
มูลค่าที่ตราไว้
มูลค่าของหลักทรัพย์ที่ระบุไว้บนใบหุ้น ซึ่งจะเป็นไปตามข้อกำหนดในหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์นั้น มูลค่าที่ตราไว้เป็นข้อมูลที่แสดงให้ทราบถึงมูลค่าเงินลงทุนเริ่มแรกสำหรับ หุ้นแต่ละหน่วย ซึ่งจะใช้เป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์ทางบัญชี และแสดงให้ทราบถึงทุนจดทะเบียนตามกฎหมายของกิจการ

P/BV RATIO
อัตราส่วนราคาตลาดต่อมูลค่าตามบัญชี

เป็นอัตราส่วนเปรียบเทียบราคาตลาดของหุ้นสามัญต่อมูลค่าทางบัญชีของหุ้น สามัญ 1 หุ้นตามงบการเงินล่าสุดของบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์นั้น อัตราส่วนนี้บอกให้ทราบว่า ราคาหุ้น ณ ขณะนั้น สูงเป็นกี่เท่าของมูลค่าทางบัญชี หากมีค่าสูง ก็แสดงว่าผู้ลงทุนทั่วไปในตลาดคาดหมายว่า บริษัทดังกล่าวมีศักยภาพที่จะเติบโตสูง ขณะเดียวกันก็แสดงถึงระดับความเสี่ยงที่สูงด้วย มีสูตรการคำนวณดังนี้

                                 P/BV    =
ราคาตลาดต่อหุ้น

มูลค่าตามบัญชีต่อหุ้น
                                                                                                                                      
ตัวอย่างเช่น หุ้นของบริษัท ก. มีราคาตลาดเท่ากับ 23 บาท และมีมูลค่าตามบัญชี 15 บาท P/BV Ratio จะเท่ากับ 1.53 เท่า (23 / 15)

P/E RATIO
อัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไรสุทธิ

เป็นอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างราคาตลาดของหุ้นสามัญต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น สามัญที่บริษัทนั้นทำได้ในรอบระยะเวลา 12 เดือน หรือในรอบ 1 ปีล่าสุด อัตราส่วนนี้
แสดงให้เห็นว่าผู้ลงทุนยินดีจะลงทุนจ่ายเงินซื้อหุ้นนั้นเป็นกี่เท่าของทุกๆ 1 บาท ของกำไรสุทธิของบริษัท ซึ่งมีสูตรการคำนวณดังนี้

                                  P/EV    =
ราคาตลาดต่อหุ้น

กำไรสุทธิต่อหุ้นประจำงวด 12 เดือนของหุ้น
 
ตัวอย่างเช่น หุ้นของบริษัท ก. มีราคาตลาดเท่ากับ 23 บาท และมีกำไรสุทธิต่อหุ้นเท่ากับ 2.27 บาท P/E Ratio จะเท่ากับ 10.1 เท่า (23 / 2.27) ค่า P/E RATIO ที่คำนวณได้จะนำไปประเมินเปรียบเทียบกับค่า P/E RATIO เฉลี่ยของอุตสาหกรรมซึ่งเป็นค่าอ้างอิง บริษัทที่มีค่า P/E RATIO สูง แสดงว่ามีแนวโน้มการเติบโตที่สูงกว่ากิจการที่มี P/E RATIO ต่ำ ตาม Rule of Twenty กำหนดไว้ว่า ค่า P/E Ratio ของตลาดหุ้น บวกกับอัตราเงินเฟ้อของเศรษฐกิจในประเทศ ควรมีค่าเท่ากับ 20 อาทิ
มีการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่ระดับร้อยละ 4.5 ดังนั้น P/E RATIO ที่เหมาะสมของตลาดหุ้นควรจะอยู่ที่ระดับ 20 - 4.5 = 15.5 เท่า เป็นต้น
 
PO : PUBLIC OFFERING
การเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชน

การที่บริษัทมหาชนจำกัดนำหลักทรัพย์เสนอขายแก่ประชาชนทั่วไป ส่วนใหญ่มีจุดประสงค์เพื่อระดมเงินทุนไปขยายกิจการ และเพื่อกระจายการถือครองหลักทรัพย์ให้แก่ประชาชน การเสนอขายหลักทรัพย์แก่ประชาชนต้องกระทำผ่านบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นผู้ ประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ (Underwriter) รวมทั้งต้องได้รับความเห็นชอบจากสำนักงาน คณะกรรมการก.ล.ต. และต้องจัดทำหนังสือชี้ชวนตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

PORTFOLIO
กลุ่มหลักทรัพย์ลงทุน

หมายถึงหลักทรัพย์ทั้งหมดในความครอบครองของผู้ลงทุนรายใดรายหนึ่ง ซึ่งจะต้องประกอบด้วยหลักทรัพย์จำนวนตั้งแต่ 2 ชนิด หรือ 2 บริษัทขึ้นไป วัตถุประสงค์ในการ
สร้าง Portfolio ของผู้ลงทุนก็เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุนด้วยการกระจายการลงทุนในหลักทรัพย์ของหลายกิจการ หรือหลักทรัพย์หลายประเภท

PREFERRED STOCK
หุ้นบุริมสิทธิ

หลักทรัพย์ประเภทตราสารทุนที่บริษัทออกจำหน่ายเพื่อเป็นการระดม เงินทุนมาดำเนินกิจการ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิมีส่วนร่วมเป็นเจ้าของเช่นเดียวกับผู้ถือหุ้นสามัญ แต่จะมี
สิทธิพิเศษอื่นๆ เช่น ได้รับเงินปันผลในอัตราที่กำหนดไว้แน่นอนและก่อนผู้ถือหุ้นสามัญ อย่างไรก็ตาม โดยทั่วไปผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิจะไม่ได้รับสิทธิลงคะแนนเสียงในที่ประชุมผู้ ถือหุ้น

PRICE SPREAD
ช่วงราคา

หมายถึง การเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ สำหรับการเสนอซื้อและเสนอขายบนกระดานหลักและกระดานหน่วยย่อย โดยตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดช่วงราคาตามระดับราคาของแต่ละหลักทรัพย์ไว้ ดังนี้
ระดับราคา
ช่วงราคา
(เริ่มใช้ตั้งแต่ 30 มีนาคม 2552 เป็นต้นไป)
ต่ำกว่า 2 บาท
0.01 บาท
ตั้งแต่ 2 บาท แต่ต่ำกว่า 5 บาท
0.02 บาท
ตั้งแต่ 5 บาท แต่ต่ำกว่า 10 บาท 
0.05 บาท
ตั้งแต่ 10 บาท แต่ต่ำกว่า 25 บาท
0.10 บาท
ตั้งแต่ 25 บาท แต่ต่ำกว่า 100 บาท
0.25 บาท
ตั้งแต่ 100 บาท แต่ต่ำกว่า 200 บาท
0.50 บาท
ตั้งแต่ 200 บาท แต่ต่ำกว่า 400 บาท
1.00 บาท
ตั้งแต่ 400 บาทขึ้นไป
2.00 บาท

ดังนั้น หากผู้ลงทุนต้องการเสนอซื้อหรือเสนอขายหลักทรัพย์ใด ต้องดูราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายของหลักทรัพย์นั้นด้วย เพื่อจะได้เสนอราคาซื้อขายได้ตรงตามช่วงราคา เช่น หลักทรัพย์ ก. มีราคาซื้อขายครั้งสุดท้ายที่ 110 บาท ผู้ลงทุนจะต้องเสนอซื้อหรือเสนอขายเพิ่มขึ้นหรือลดลงจาก 110 บาท ครั้งละ 1 บาท เช่น 111 บาท หรือ
109 บาท เป็นต้น

PROSPECTUS
หนังสือชี้ชวน

เอกสารที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และเสนอขายหลักทรัพย์ต่อประชาชน ทั่วไปต้องจัดทำขึ้น เพื่อเปิดเผยข้อมูล รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทหรือกองทุนรวม และการเสนอขายหลักทรัพย์ให้ผู้ลงทุนทราบ โดยหนังสือชี้ชวนจะต้องแสดงข้อมูลลักษณะธุรกิจของบริษัทหรือกองทุนรวม โครงการในอนาคต การบริหารงาน ผู้บริหารของบริษัท
แผนการลงทุน (กรณีกองทุนรวม) ข้อมูลทางการเงิน ผลประกอบการในอดีตและที่คาดการณ์ว่าจะเป็นไปได้ในอนาคต ปัจจัยความเสี่ยง รายการระหว่างกัน ประเภทของหลักทรัพย์ที่เสนอขาย จำนวน มูลค่าที่ตราไว้ ราคาเสนอขาย และวันเวลาที่ให้จองซื้อหลักทรัพย์
ข้อมูลในหนังสือชี้ชวนมีความสำคัญต่อผู้ลงทุนสำหรับใช้ ประกอบการวิเคราะห์และตัดสินใจลงทุนในหลักทรัพย์นั้น ทั้งนี้ ร่างหนังสือชี้ชวนของบริษัทต้องผ่านการพิจารณาจากสำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ก่อนจัดทำเผยแพร่ให้ประชาชนทั่วไป

PT : PUT THROUGH
วิธีซื้อขายแบบแจ้งรายการเข้าสู่ระบบ

เป็นวิธีซื้อขายหลักทรัพย์แบบหนึ่งที่ใช้ในระบบการซื้อขายของตลาดหลัก ทรัพย์ฯ โดยบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นนายหน้าผู้ซื้อกับบริษัทหลักทรัพย์ที่เป็นนาย หน้าผู้ขาย
ทำการตกลงซื้อขายหลักทรัพย์ใดหลักทรัพย์หนึ่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว บริษัทนายหน้าผู้ขายก็จะบันทึกรายการซื้อขาย (Put Through: PT) เข้ามาในระบบการซื้อขาย และเมื่อบริษัทนายหน้าผู้ซื้อได้รับรองรายการซื้อขายดังกล่าวในระบบการซื้อ ขายแล้ว ก็จะถือว่ารายการซื้อขายนั้นมีผลโดยสมบูรณ์



Q
QUICK RATIO / ACID TEST RATIO
อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็ว

แสดงให้เห็นถึงความสามารถของบริษัทในการชำระหนี้ระยะสั้นด้วย สินทรัพย์หมุนเวียนที่แปรสภาพเป็นเงินสดได้เร็ว เพื่อให้ทราบสภาพคล่องที่แท้จริงของบริษัท
โดยมีสูตรการคำนวณดังนี้

ถ้าอัตราส่วนนี้มีค่าสูง แสดงว่าบริษัทมีความคล่องตัวสูง สามารถชำระหนี้ได้เร็ว โดยปกติอัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนเร็วอยู่ที่ 1:1 ก็ถึือว่าเหมาะสมแล้ว


QUIET PERIOD
ช่วงห้ามเผยแพร่ข้อมูล

เป็นช่วงเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดห้ามบริษัทที่ยื่นขอจดทะเบียนหลักทรัพย์ (รวมถึงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้บริหาร ที่ปรึกษาทางการเงิน หรือผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ที่เป็นแกนนำของบริษัทดังกล่าว) เปิดเผยข้อเท็จจริงใดๆ ที่มิได้ปรากฏในแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหุ้นในร่างหนังสือชี้ชวนและใน เอกสารใดๆ ที่ได้ยื่นไว้ต่อสำนักงาน ก.ล.ต. และตลาดหลักทรัพย์ฯ

ช่วงห้ามเผยแพร่ข้อมูลนี้ เริ่มนับตั้งแต่วันที่ยื่นขอให้รับหลักทรัพย์จนถึงวันที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ รับหลักทรัพย์นั้นเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน



QUOTATION
ราคาเสนอซื้อและเสนอขาย

คือ ราคาเสนอซื้อที่สูงที่สุด และราคาเสนอขายที่ต่ำที่สุดในขณะนั้น



R
RIGHTS
สิทธิ์จองซื้อหุ้นออกใหม่

มีชื่อเรียกเต็มๆ ว่า Subscription Right เป็นสิทธิที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์มอบให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท ในการที่จะจองซื้อหุ้นสามัญ และ/หรือหุ้นบุริมสิทธิ ที่ออกใหม่จากการเพิ่มทุนของบริษัท ผู้ถือหุ้นจะได้สิทธิตามสัดส่วนของจำนวนหุ้นที่ถือครองอยู่ โดยทั่วไป บริษัทมักให้สิทธิผู้ถือหุ้นเดิมในการจองซื้อหุ้นเพิ่มทุนออกใหม่ในราคาที่ ต่ำกว่าราคาตลาด หรือจองซื้อก่อนบุคคลภายนอก/ผู้เกี่ยวข้องกลุ่มอื่น



S
SCRIPLESS SYSTEM
ระบบไร้ใบหุ้น

ระบบไร้ใบหุ้นหรือไร้ใบหลักทรัพย์ เป็นวิธีการระบุหลักทรัพย์ที่มีอยู่ในครอบครองโดยการบันทึกข้อมูลไว้ในระบบ คอมพิวเตอร์ โดยไม่ต้องมีใบหุ้นที่เป็นกายภาพ
ซึ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุนและผู้ที่เกี่ยวข้อง ช่วยลดการสูญหาย การถูกทำลาย และการปลอมแปลงใบหุ้น นอกจากนี้ ยังสะดวกต่อการส่งมอบหลักทรัพย์
หลังการซื้อขาย โดยไม่ต้องมีการส่งมอบหรือรับมอบใบหุ้นจริง เพียงแต่เป็นการโอนและรับโอนหลักทรัพย์ที่ซื้อขายกันทางบัญชีเท่านั้น
ระบบไร้ใบหุ้น พัฒนาและให้บริการโดย บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ลงทุนสามารถ นำใบหุ้นมาฝากในระบบนี้ได้โดยผ่านบัญชีของบริษัท
ผู้ออกหลักทรัพย์ หรือบริษัทจดทะเบียน นอกเหนือจากการฝากผ่านบัญชีของบริษัทหลักทรัพย์และคัสโตเดียน ในการฝากหุ้นผ่านระบบดังกล่าว ผู้ฝากจะได้รับใบยืนยัน
การถือหลักทรัพย์แทนใบหุ้น

SECURITIZATION
การแปลงสินทรัพย์เป็นทุน

กระบวนการนำสินทรัพย์ของบริษัท (หรือสถาบันการเงิน) ประเภทลูกหนี้เงินกู้ต่างๆ ที่สร้างรายได้ประจำ แต่มีสภาพคล่องต่ำ เช่น ลูกหนี้เงินกู้ที่อยู่อาศัย เงินกู้บัตรเครดิต หรือเงินกู้ซื้อรถยนต์ เป็นต้น ชนิดหนึ่งชนิดใดมารวมกันเป็นกองสินทรัพย์ (Pool Assets) สำหรับใช้เป็นหลักประกันในการออกตราสารทางการเงิน (เช่น ตั๋วเงินหรือหุ้นกู้) เพื่อจำหน่ายให้แก่ผู้ลงทุนทั่วไป หรือขายแบบเจาะจง (Private Placement) ให้นักลงทุนสถาบันเฉพาะรายหรือเฉพาะกลุ่ม

SET : THE STOCK EXCHANGE OF THAILAND
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

SET หรือ The Stock Exchange of Thailand หมายถึง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นภายใต้พระราชบัญญัติตลาดหลักทรัพย์แห่ง ประเทศไทย พ.ศ. 2517 เพื่อทำหน้าที่เป็นแหล่งระดมทุนระยะยาวที่มีประสิทธิภาพเพื่อการพัฒนา เศรษฐกิจของประเทศ และเป็นศูนย์กลางการซื้อขายหลักทรัพย์และ
ให้บริการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนควบคุมดูแลให้การซื้อขายหลักทรัพย์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นระเบียบ คล่องตัวและยุติธรรม ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเปิดการซื้อขายหลักทรัพย์เมื่อวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2518 ปัจจุบันดำเนินงานภายใต้พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ฯ พ.ศ. 2535 

SET INDEX
ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

เป็นดัชนีราคาหุ้นที่คำนวณโดยการถัวเฉลี่ยราคาหุ้นสามัญแบบถ่วงน้ำหนักด้วย จำนวนหุ้นจดทะเบียน โดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนทุกหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีสูตรการคำนวณ ดังนี้
SET INDEX = มูลค่าตลาดโดยรวมของหุ้นสามัญจดทะเบียนทุกตัว ณ วันปัจจุบัน x 100
                  __________________________________________________
                       มูลค่าตลาดโดยรวมของหุ้นสามัญข้างต้น ณ 30 เม.ย. 2518
SET Index แสดงมูลค่าเฉลี่ยของหุ้นสามัญทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ วันปัจจุบัน เทียบกับกับมูลค่าเฉลี่ยของหุ้นดังกล่าว ณ วันฐาน (30 เมษายน 2518) ค่าเปลี่ยนแปลงของดัชนีนี้จึงแสดงถึงระดับการเปลี่ยนแปลงของมูลค่าหุ้นสามัญ ทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วย

SET50 INDEX
ดัชนี SET50

เป็นดัชนีราคาหุ้นอีกตัวหนึ่งที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำขึ้น เพื่อใช้แสดงระดับและความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ 50 หลักทรัพย์ ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง และ
การซื้อขายมีสภาพคล่องอย่างสม่ำเสมอ โดยมีสูตรและวิธีการคำนวณเช่นเดียวกับการคำนวณ SET Index แต่ใช้วันที่ 16 สิงหาคม 2538 เป็นวันฐาน ทั้งนี้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะมีการพิจารณาเลือกหุ้นสามัญ 50 หลักทรัพย์ เพื่อใช้ในการคำนวณ SET50 Index ทุกๆ 6 เดือน       

SET50 INDEX FUTURES
สัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับดัชนี SET50

เป็นสัญญา Futures ซึ่งมีสินค้าอ้างอิงเป็น SET50 Index ผู้ซื้อและผู้ขายตกลงราคาซื้อสินทรัพย์อ้างอิงคือ SET50 Index กันในปัจจุบัน โดยมีภาระผูกพันต่อกันที่จะต้องทำการชำระราคากันในอนาคต SET50 Index Futures กำหนดให้มีเดือนหมดอายุตรงกับเดือนสุดท้ายของแต่ละไตรมาส
SET50 Index Futures นั้นซื้อขายในบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX ผู้ลงทุนสามารถเปิดบัญชีและซื้อขายผ่านบริษัทโบรกเกอร์ซึ่งเป็นสมาชิกของ ตลาดอนุพันธ์

SET50 INDEX OPTIONS
ออปชั่นที่อ้างอิงกับดัชนี SET50

หมายถึงออปชั่นซึ่งมีสินค้าอ้างอิงเป็น SET50 Index โดย SET50 Index Options กำหนดตัวคูณดัชนีเท่ากับ 200 บาท ต่อ 1 สัญญา ครบกำหนดในเดือนสุดท้ายของแต่ละไตรมาสเหมือนกับ SET50 Index Futures และกำหนดให้ใช้สิทธิได้เฉพาะวันที่สัญญาครบกำหนดเท่านั้น โดยในวันที่ออปชั่นครบกำหนด ผู้ซื้อ SET50
Call Options จะใช้สิทธิและได้รับชำระเงิน หากระดับดัชนี SET50 สูงกว่าราคาใช้สิทธิ ส่วนผู้ซื้อ SET50 Put Options จะได้รับชำระเงิน หากระดับดัชนี SET50 ต่ำกว่า ราคาใช้สิทธิ
SET50 Index Options ซื้อขายในบริษัท ตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ TFEX ผู้ลงทุนสามารถซื้อขายผ่านบริษัทโบรกเกอร์ซึ่งเป็นสมาชิกของตลาดอนุพันธ์

SHORT SELL
การขายชอร์ต

การขายหุ้นโดยที่ผู้ขายได้ยืมหุ้นนั้นมาจากบริษัทหลักทรัพย์หรือ สถาบันที่ให้บริการยืมหุ้น ผู้ขายชอร์ตจะต้องวางเงินประกัน (Margin) ไว้กับบริษัทผู้ให้ยืมหุ้น ในจำนวน
ไม่ต่ำกว่าอัตราที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนด และเงินจากการขายหุ้นดังกล่าวก็ต้องเก็บรักษาไว้ที่บริษัทนายหน้าเพื่อเป็น หลักประกันด้วย จนกว่าผู้ขายชอร์ตจะส่งคืนหุ้นจำนวนที่ยืมไปนั้น ซึ่งจะส่งคืนหุ้น ณ วันที่ถึงกำหนดส่งคืนหุ้น หรือส่งคืนก่อนวันครบกำหนดก็ได้ ในระหว่างที่ยังไม่ส่งคืนหุ้น หากหุ้นนั้นได้รับสิทธิประโยชน์ใดๆ จากบริษัทผู้ออกหุ้น ผู้ขายชอร์ตจะต้องส่งมอบสิทธิต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นแก่บริษัทนายหน้า เพื่อส่งมอบต่อให้แก่เจ้าของหุ้นที่ให้ยืมอีกทอดหนึ่ง สิทธิต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การจ่ายเงินปันผล การให้สิทธิจองซื้อหุ้นเพิ่มทุน เป็นต้น

SIPF : SECURITIES INVESTOR PROTECTION FUND
กองทุนคุ้มครองผู้ลงทุนในหลักทรัพย์

เป็นกองทุนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ร่วมกับบริษัทสมาชิก (โบรกเกอร์) จำนวน 28 ราย จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2547 เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ลงทุนที่ซื้อขาย
หลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ ผ่านสมาชิกของกองทุน ว่าจะได้รับความคุ้มครองทรัพย์สิน โดยจะได้รับการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนดังกรณีต่อไปนี้
  • โบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกกองทุนฯ ถูกศาลสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดตามกฎหมายล้มละลาย
  • โบรกเกอร์และผู้ลงทุนมีข้อพิพาททางแพ่งเกี่ยวกับการซื้อ ขายหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ และอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดให้โบรกเกอร์คืนทรัพย์สินแก่ผู้ลงทุน
    แต่โบรกเกอร์ไม่ปฏิบัติตาม




SIPF จะให้ความคุ้มครองแก่ผู้ลงทุนโดยอัตโนมัติทันทีที่ผู้ลงทุนเปิดบัญชีซื้อขาย หลักทรัพย์กับโบรกเกอร์ที่เป็นสมาชิกกองทุน โดยไม่ต้องสมัครขอรับความคุ้มครองและเสียค่าธรรมเนียมใดๆ กองทุนจะจ่ายชดเชยให้ผู้ลงทุนแต่ละรายตามความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่เกินรายละ 1 ล้านบาท ปัจจุบัน มีโบรกเกอร์เข้าเป็นสมาชิกกองทุนรวม 33 บริษัท



SP : SUSPENSION
เครื่องหมายเอสพี “SP”

เป็นเครื่องหมายแสดงการห้ามซื้อขายหลักทรัพย์จดทะเบียนเป็นการชั่วคราว โดยแต่ละครั้งมีระยะเวลาเกินกว่าหนึ่งรอบการซื้อขาย
ทั้งนี้ ตลาดหลักทรัพย์ฯ มีหลักเกณฑ์ในการขึ้นเครื่องหมาย SP ดังนี้
1. เมื่อเกิดกรณีเช่นเดียวกับข้อ 1 ถึง 3 ของการขึ้นเครื่องหมาย H และตลาดหลักทรัพย์ฯ เห็นว่าบริษัทไม่สามารถชี้แจงหรือเปิดเผยข้อมูลได้ในทันที
2. บริษัทฝ่าฝืนหรือละเลยไม่ปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลัก ทรัพย์ฯ ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ คำสั่งมติกรรมการ ข้อตกลง ตลอดจนหนังสือเวียนที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กำหนดให้บริษัทปฏิบัติตาม
3. บริษัทไม่นำส่งงบการเงินให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย NP ไว้บนกระดานของหลักทรัพย์
4. บริษัทนำส่งงบการเงินล่าช้าติดต่อกัน 3 ครั้ง
5. หลักทรัพย์อยู่ระหว่างการพิจารณาเพิกถอน หรืออยู่ระหว่างการปรับปรุงสถานภาพเพื่อให้พ้นข่ายการถูกเพิกถอน
6. หลักทรัพย์จะครบกำหนดเวลาในการไถ่ถอน หรือการแปลงสภาพหรือการใช้สิทธิ หรือการขายคืน
7. มีเหตุการณ์ที่อาจส่งผลกระทบร้ายแรงต่อการซื้อขายหลักทรัพย์

ST : STABILIZATION
เครื่องหมายเอสที “ST”

หุ้นของบริษัทจดทะเบียนที่มีการซื้อหุ้นเพื่อส่งมอบหุ้นที่จัดสรรเกิน

STOCK GAINERS
จำนวนหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาในทางบวก

แสดงจำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีการซื้อขายในวันนั้นๆ และมีการเปลี่ยนแปลงของราคาในทางบวก

STOCK INDEX FUTURES

สัญญาฟิวเจอร์สที่อ้างอิงกับดัชนีราคาหุ้น

สัญญาฟิวเจอร์สที่มีดัชนีราคาหุ้นเป็นสินทรัพย์อ้างอิง เนื่องจากดัชนีราคาหุ้นเป็นตัวเลขซึ่งไม่สามารถส่งมอบกันได้ จึงต้องใช้วิธีการชำระราคาเป็นเงินสด (Cash Settlement) แทนการส่งมอบสินค้ากันจริงๆ Stock Index Futures จะต้องระบุดัชนีราคาหุ้นที่ใช้อ้างอิง (เช่น SET50 หรือ Dow Jones) มูลค่าตัวคูณที่ใช้แปลงค่า
1 หน่วยดัชนีเป็นจำนวนเงิน (เช่น ตัวคูณของ S&P 500 Futures เท่ากับ $500 เป็นต้น) เดือนกำหนดส่งมอบ (มักกำหนดเป็นเดือนสุดท้ายของแต่ละไตรมาส คือ มี.ค., มิ.ย., ก.ย., และ ธ.ค.)
Stock Index Futures เป็นเครื่องมือที่ผู้ลงทุนในตลาดทุน (ทั้งบุคคลธรรมดาและสถาบัน) และผู้ทำธุรกิจหลักทรัพย์ใช้ปกป้องและบริหารความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะ ตลาดหลักทรัพย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยให้ผู้ลงทุนมีช่องทางลงทุนเพิ่มขึ้น

STOCK INDEX OPTIONS
ออปชั่นที่อ้างอิงกับดัชนีราคาหุ้น

เป็น Options ที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือที่จะซื้อหรือขายดัชนีราคาหุ้นตามราคาใช้สิทธิ โดย Stock Index Options จะมีการระบุลักษณะต่างๆ ของสัญญา เช่น ดัชนีราคาหุ้นที่ใช้อ้างอิง (เช่น SET50 หรือ Dow Jones) มูลค่าตัวคูณที่ใช้แปลงค่า 1 หน่วยดัชนีเป็นจำนวนเงิน ระดับดัชนีที่ถือเป็นราคาให้ใช้สิทธิ (Exercise Price) เดือนหมดอายุของสัญญา (มักกำหนดเดือนปัจจุบันและเดือนถัดไปต่อเนื่องกัน 3 ถึง 4 เดือน หรือเดือนสุดท้ายของแต่ละไตรมาส เป็นต้น) เงื่อนไขและวิธีในการใช้สิทธิ โดยเมื่อมีการใช้สิทธิ จะใช้วิธีการชำระราคาเป็นเงินสดตามผลต่างของระดับราคาใช้สิทธิกับระดับดัชนี ที่ ใช้อ้างอิง ณ วันใช้สิทธิ
Stock Index Options เป็นอีกเครื่องมือหนึ่งที่ผู้เกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักทรัพย์และเกี่ยวข้อง กับการลงทุนในหลักทรัพย์นิยมใช้ปกป้องความเสี่ยงจากความผันผวนของภาวะตลาด หลักทรัพย์ นอกจากนี้การให้ซื้อขาย Stock Index Options ยังเป็นการเพิ่มช่องทางทำกำไรจากการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นโดยรวมได้หลายทิศ ทาง

STOCK LOSERS
จำนวนหุ้นที่มีการเปลี่ยนแปลงของราคาในทางลบ

แสดงจำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีการซื้อขายในวันนั้นๆ และมีการเปลี่ยนแปลงของราคาในทางลบ

STOCK OPTIONS
ออปชั่นที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัว

เป็น Options ที่ให้สิทธิผู้ถือที่จะซื้อหรือขายหุ้นสามัญกับผู้ขาย Options ออปชั่นที่อ้างอิงกับหุ้นรายตัวนี้จะต้องระบุว่าให้สิทธิซื้อ หรือขายหุ้นสามัญบริษัทใด จำนวนเท่าใด ณ ราคาเท่าใด อายุของออปชั่นสิ้นสุดเดือนใดห้ผู้ถือใช้สิทธิได้ทุกวันหรือเฉพาะในวันที่ออ ปชั่นหมดอายุ และให้ส่งมอบอย่างไรเมื่อมีการใช้สิทธิ ด้วยการซื้อขาย Stock Options ผู้ลงทุนจะมี ช่องทางลงทุนที่หลากหลายให้เลือกมากขึ้น ช่วยให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับหุ้นสามัญที่มี Stock Options ไม่ว่าจะในแง่ทำธุรกิจหลักทรัพย์ หรือการลงทุนมีเครื่องมือที่จะป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาหุ้น สามัญตัวนั้น Stock Options ประเภท call (ประเภทให้สิทธิผู้ถือที่จะซื้อ) ของหุ้นใดมีลักษณะใกล้เคียงกับ Warrants ของหุ้นนั้นอย่างมาก จะแตกต่างกันตรงที่ Stock Options มีอายุไม่เกิน 1 ปี และใครจะเป็นผู้ออกก็ได้ แต่ Warrants จะมีบริษัทผู้ออก
หุ้นสามัญนั้นเท่านั้นที่เป็นผู้ออกได้ และการใช้สิทธิ Stock Options ไม่ก่อให้เกิดหุ้นใหม่ แต่การใช้สิทธิของ Warrants จะทำให้เกิดหุ้นใหม่

STOCK PRICE INDEX
ดัชนีราคาหลักทรัพย์

ผู้ลงทุนสามารถติดตามภาพรวมความเคลื่อนไหวของระดับราคาซื้อขายหลัก ทรัพย์ได้จากดัชนีราคาหุ้นต่างๆ โดยดัชนีต่างๆ ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในตลาดหลักทรัพย์ไทย เป็นดัชนีราคาหุ้นชนิดถ่วงน้ำหนักด้วยมูลค่าตลาด (Market Capitalization Weighted Index) ที่คำนวณโดยการเปรียบเทียบมูลค่าตลาดรวมของหลักทรัพย์ในวันปัจจุบัน (Current Market Value) กับมูลค่าตลาดรวมของหลักทรัพย์ในวันฐาน (Base Market Value) ซึ่งมีค่าของดัชนีในวันฐานเท่ากับ 100 (ยกเว้น SET50 Index และ SET100 Index ที่มีค่าดัชนีในวันฐานเท่ากับ 1,000) สำหรับสูตรการคำนวณดัชนีมีดังนี้
                                                   ดัชนีราคาหุ้น    =
มูลค่าตลาดรวม ณ วันปัจจุบัน (Current Market Value) x 100

มูลค่าตลาดรวม ณ วันฐาน (Base Market Value)

  • SET INDEX (ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย)
    คำนวณโดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนทุกหลักทรัพย์ในตลาดหลักทรัพย์ฯ (ยกเว้นหลักทรัพย์ที่ถูกขึ้นเครื่องหมาย SP เกินกว่า 1 ปี) รวมถึงกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ โดยใช้วันที่ 30 เมษายน 2518 เป็นวันฐาน เป็นดัชนีที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงของระดับราคาโดยเฉลี่ยของหุ้น สามัญทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ฯ
    ณ วันปัจจุบัน เมื่อเทียบกับวันฐาน ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงราคาของหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง จะมีอิทธิพลต่อความเคลื่อนไหวของ SET Index มากกว่าหุ้นที่มีมูลค่าตามราคาตลาดต่ำ

  • SET50 INDEX / SET100 INDEX (ดัชนี SET50 / ดัชนี SET100)
    SET50 INDEX และ SET100 INDEX เป็นดัชนีราคาหุ้นที่จัดทำขึ้นเพื่อแสดงระดับและความเคลื่อนไหวของราคาหุ้นสามัญ 50 หลักทรัพย์ และ 100 หลักทรัพย์
    ตามลำดับ ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูง มีสภาพคล่องสม่ำเสมอ และมีการกระจายหุ้นที่เหมาะสม โดยใช้วันที่ 16 สิงหาคม 2538 (SET50) และ วันที่ 30 เมษายน
    2548 (SET100) เป็นวันฐาน
ตลาดหลักทรัพย์ฯ จะทำการปรับรายการหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณ SET50 Index และ SET100 Index ทุกๆ 6 เดือน (มกราคมและกรกฎาคม) ในการพิจารณา
คัดเลือกหลักทรัพย์ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีทั้งสองนั้น พิจารณาจากหลักเกณฑ์ด้านมูลค่าตามราคาตลาด สภาพคล่อง และการกระจายหุ้น โดยคัดเลือกจากกลุ่มหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดเฉลี่ยย้อนหลัง 12 เดือน สูงสุด 200 อันดับแรก ซึ่งมีสภาพคล่องหรือมูลค่าการซื้อขายสูงอย่างสม่ำเสมอ และมีการกระจายหุ้นให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย (Free Float) ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 แล้วนำมาเรียงลำดับตามมูลค่าตามราคาตลาด โดยหลักทรัพย์ใน 50 อันดับแรก ใช้ในการคำนวณ SET50 Index และหลักทรัพย์
100 อันดับแรก ใช้ในการคำนวณ SET100 Index
  • mai INDEX (ดัชนีราคาหุ้นตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ)

ดัชนีราคาหุ้นที่คำนวณโดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนทุกหลัก ทรัพย์ในตลาดหลัก ทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยใช้วันที่ 2 กันยายน 2545 เป็นวันฐาน เป็นดัชนีที่แสดงถึงระดับราคาโดยเฉลี่ยของหุ้นสามัญทั้งหมดในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ณ วันปัจจุบัน เมื่อเทียบกับวันฐาน
  • INDUSTRY–GROUP INDEX / SECTORAL INDEX (ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม / ดัชนีหมวดธุรกิจ)

ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรม และ ดัชนีหมวดธุรกิจ เป็นดัชนีที่สะท้อนการเคลื่อนไหวของราคาหลักทรัพย์ที่มีลักษณะพื้นฐานเหมือน กัน ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมหรือหมวดธุรกิจเดียวกัน โดยใช้หุ้นสามัญจดทะเบียนทุกหลักทรัพย์ในแต่ละกลุ่มอุตสาหกรรมหรือหมวด ธุรกิจในการคำนวณ ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ฯ มีการคำนวณและ
เผยแพร่ดัชนีกลุ่มอุตสาหกรรมหลัก 8 กลุ่ม และดัชนีหมวดธุรกิจย่อยจำนวน 25 หมวด

STOCK UNCHANGED
จำนวนหุ้นที่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคา

แสดงจำนวนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่มีการซื้อขายในวันนั้นๆ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงของราคา




T
TAKEOVER
การครอบงำกิจการ

หมายถึง การที่บุคคลหรือนิติบุคคลใดเข้าไปถือหุ้นในบริษัทเพื่อให้ได้สัดส่วนการถือ หุ้นมากพอที่จะมีอำนาจควบคุมการบริหารงานของกิจการนั้น โดยจะต้องมีการจัดทำ
คำเสนอซื้อ และดำเนินการตามขั้นตอนต่างๆ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. กำหนด โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ลักษณะ คือ
1. การครอบงำกิจการอย่างเป็นมิตร (Friendly Takeover) เป็นการเข้าถือหุ้นของกิจการเป้าหมายโดยผ่านกระบวนการเจรจา และได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น
ทั้งสองฝ่าย

2. การครอบงำกิจการอย่างไม่เป็นมิตร (Hostile Takeover) เป็นการเข้าถือหุ้นของกิจการเป้าหมาย โดยฝ่ายผู้ถูกครอบงำมิได้เห็นชอบและยินยอม ทั้งสองฝ่ายอาจมีการแข่งกันจัดทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไป (Tender Offer) เพื่อแย่งชิงความเป็นผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของกิจการเป้าหมาย

TECHNICAL ANALYSIS
การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิค

การวิเคราะห์หลักทรัพย์วิธีหนึ่งที่ใช้ข้อมูลระดับราคา ปริมาณการซื้อขาย และช่วงเวลาการซื้อขายหลักทรัพย์หรือดัชนีมาวิเคราะห์ โดยแสดงในรูปแผนภูมิ (รูปกราฟ)
ชนิดต่างๆ หรือคำนวณเป็นค่าทางคณิตศาสตร์ต่างๆ เพื่อคาดหมายราคา และ/หรือแนวโน้มของราคาหลักทรัพย์หรือดัชนีในอนาคต
โดยทั่วไป การวิเคราะห์หลักทรัพย์ทางเทคนิคจะใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจเลือกจังหวะ เวลาในการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ รวมทั้งอาจใช้เพื่อดูการเคลื่อนไหวที่เป็นวัฏจักรระยะยาวได้อีกด้วย

TENDER OFFER
การทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไป

การแจ้งแก่ผู้ถือหุ้นทุกรายของบริษัทใดบริษัทหนึ่ง (โดยบุคคลหรือกลุ่มบุคคลคณะหนึ่ง) ถึงความต้องการที่จะซื้อหุ้นบริษัทดังกล่าวจากผู้ถือหุ้น โดยระบุจำนวนหุ้น ราคา และกำหนดเวลาที่ต้องการรับซื้อ การทำคำเสนอซื้อหุ้นต่อผู้ถือหุ้นทั่วไปมักจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ทำคำเสนอซื้อ มีวัตถุประสงค์ที่จะเข้าไปมีอำนาจควบคุมการบริหารงานของบริษัทดังกล่าว ซึ่งกฎหมายเกี่ยวกับหลักทรัพย์มีข้อกำหนดให้ผู้ที่ถือหุ้นในบริษัทใดบริษัท หนึ่งที่มีสัดส่วนการถือหุ้นเพิ่มมากถึงเกณฑ์ที่กำหนดต้องทำคำเสนอซื้อหุ้น ต่อ
ผู้ถือหุ้นทั่วไป และกำหนดแนวทางปฏิบัติในการทำคำเสนอซื้อดังกล่าวด้วย

TRADING SIGN
การขึ้นเครื่องหมาย

การขึ้นเครื่องหมายบนหลักทรัพย์ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม คือเครื่องหมายที่แสดงการห้ามหรือการให้ผู้ลงทุนพึงระมัดระวังในการซื้อขาย หลักทรัพย์นั้นๆ และเครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในหลักทรัพย์นั้นๆ ซึ่งแบ่งประเภทและความหมายของเครื่องหมายได้ดังนี้
  • เครื่องหมายที่แสดงการห้ามหรือการให้ผู้ลงทุนระวังในประเด็นต่างๆ 
    - CM (Call Market) ดู Call Market (CM)
    - NC (Non-Compliance) ดู Non-Compliance NP (Notice Pending) ดู Notice Pending
    - NR (Notice Received) ดู Notice Received
    - H (Trading Halt) ดู Halt Trading
    - SP (Trading Suspension) ดู Suspension
    - ST (Stabilization) ดู Stabilization
  • เครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับสิทธิประโยชน์ต่างๆ
    - XD (Excluding – Dividend) ดู Excluding – Dividend
    - XW (Excluding – Warrant) ดู Excluding – Warrant
    - XS (Excluding – Short Term Warrant) ดู Excluding – Short Term Warrant
    - XR (Excluding – Rights) ดู Excluding – Rights
    - XT (Excluding – Rights) ดู Excluding – Transferable Subscription Rights
    - XI (Excluding – Rights) ดู Excluding – Interest
    - XP (Excluding – Rights) ดู Excluding – Principal
    - XA (Excluding – All) ดู Excluding – All
 
TREASURY STOCKS
หุ้นทุนซื้อคืน (หุ้นคงคลัง)

หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธิ และตราสารทุนอื่นที่มีสิทธิและลักษณะเทียบเท่าหุ้นสามัญของกิจการ ซึ่งกิจการหรือบริษัทย่อยของกิจการได้ซื้อคืนกลับมาจากผู้ถือหุ้น
หุ้นทุนซื้อคืนนี้ไม่ถือเป็นสินทรัพย์ของกิจการ แต่เป็นการลดสิทธิเรียกร้องของผู้ถือหุ้นในสินทรัพย์ของกิจการ ปริมาณการซื้อขายจะใช้ผลรวมของทุกกระดาน คือ
Main, Foreign, Odd Lot, Big Lot และรวมค่าในช่วง Off-hour ด้วย

TSR : TRANSFERABLE SUBSCRIPTION RIGHTS
ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้

ตราสารทางการเงินประเภทหนึ่งที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ให้สิทธิแก่ ผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนจำนวนหุ้นที่แต่ละรายถืออยู่ เพื่อใช้เป็นหลักฐานในการใช้สิทธิซื้อหุ้นเพิ่มทุนของบริษัท โดยผู้ถือหุ้นเดิมที่ไม่ประสงค์จะใช้สิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนดังกล่าว สามารถขายหรือโอนสิทธิให้แก่ผู้อื่นได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ถือหุ้นและผู้ลงทุนอื่นได้มีโอกาสและทางเลือกในการ ลงทุนมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมสภาพคล่องให้แก่หุ้นของบริษัท และช่วยให้บริษัทสามารถระดมทุนได้มากขึ้นหรือครบถ้วนตามเป้าหมายที่ต้องการ ด้วย

TURNOVER RATIO
อัตราการหมุนเวียนการซื้อขาย

เป็นอัตราส่วนที่ใช้วัดปริมาณการซื้อขายหุ้นเทียบกับปริมาณหุ้นจด ทะเบียน (มีหน่วยเป็นร้อยละ) แสดงถึงสภาพคล่องในการซื้อขายของหลักทรัพย์ อัตราส่วนนี้ยิ่งมีค่าสูง
ก็ยิ่งแสดงถึงการเคลื่อนไหวของการซื้อขายว่ามีมูลค่าสูงมีสูตรคำนวณดังนี้
 อัตราการหมุนเวียนการซื้อขาย    =
ปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ X 100

  ปริมาณหลักทรัพย์จดทะเบียนเฉลี่ย


U
UNDERWRITER
ผู้ประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์

บริษัทหลักทรัพย์ที่ทำหน้าที่ในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ให้แก่ บริษัทที่ต้องการกระจายหลักทรัพย์ให้แก่ประชาชนทั่วไป โดยบริษัทหลักทรัพย์รายหนึ่งหรือกลุ่มหนึ่ง
ทำข้อตกลงในการจัดจำหน่ายหลักทรัพย์กับบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ และรับเอาหลักทรัพย์ที่บริษัทใดบริษัทหนึ่งออกมาเสนอขายต่อประชาชน ทั้งนี้ บริษัทผู้จัดจำหน่ายอาจเป็นผู้รับประกันการจำหน่ายหลักทรัพย์ทั้งหมด หรืออาจให้ผู้จัดจำหน่ายพยายามจำหน่ายให้มากที่สุดก็ได้ หรือในกรณีที่บริษัทจะออกหุ้นใหม่โดยให้สิทธิจองซื้อแก่
ผู้ถือหุ้นเดิม บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์อาจทำข้อตกลงให้ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์รับซื้อหลัก ทรัพย์ที่เหลือเพราะไม่มีผู้ใช้สิทธิเพื่อนำไปขายต่อก็ได้

UNIT TRUST
หน่วยลงทุน

หลักทรัพย์ที่ออกจำหน่ายโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือบริษัทจัดการลง ทุน เพื่อระดมเงินเข้ากองทุนรวมที่จัดตั้งขึ้นแล้วจัดสรรเงินในกองทุนนั้นไปลง ทุนใน
ตลาดการเงินตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในหนังสือชี้ชวน เช่น ลงทุนในตราสารทุน ลงทุนในตราสารหนี้ ฝากไว้กับสถาบันการเงิน เป็นต้น ซึ่งผู้ถือหน่วยลงทุนมีฐานะร่วมเป็นเจ้าของกองทุนนั้นๆ และมีสิทธิได้รับเงินปันผลตอบแทนจากผลกำไรที่เกิดขึ้นของกองทุน หากถือไว้จนถึงกำหนดไถ่ถอน ก็จะได้รับส่วนแบ่งคืนจากเงินกองทุนตามสัดส่วนของหน่วยลงทุนที่ถืออย
ู่



V
VALUE STOCK
หุ้นคุณค่า

หมายถึง หุ้นที่มีราคาหรือมูลค่าต่ำกว่าราคา ที่เหมาะสมตามทฤษฎี (ของดี ราคาถูก) หรือเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี เหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว ลักษณะเด่นของหุ้นประเภทนี้ คือ เป็นหุ้นที่เน้นอัตราปันผลที่สูง แต่มักจะมีผลการดำเนินงานเติบโตไม่โดดเด่น หรืออาจเป็นกิจการที่มีการเติบโตเต็มที่แล้ว ทำให้คนตีราคาของหุ้นตัวนี้ต่ำมากจนไม่สนใจซื้อขายกัน จึงทำให้ราคานั้นต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม
โดยเกณฑ์สำคัญที่ใช้ตัดสินใจว่าหุ้นใดเป็นหุ้น Value Stock นั้น เราใช้ลักษณะใหญ่ๆ 3 ข้อดังนี้
1. อัตราการจ่ายเงินปันผล ( High Dividend Yield) สูงกว่า ค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่มเดียวกัน หรือเรียกอีกอย่างว่า “ หุ้นปันผล” ( Dividend Stock)
2. หุ้นที่มีการซื้อขายที่ P/E Ratio ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่ม หุ้น ลักษณะนี้มักจะมีผลการดำเนินงานด้อยกว่าหุ้นในกลุ่มเดียวกัน หรือต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ผู้ลงทุนให้ค่าพรีเมียมหรือ P/E Ratio ที่ต่ำนั้นเอง
3. หุ้นที่มีการซื้อขายที่ P/BV Ratio ต่ำกว่า ค่าเฉลี่ยของตลาดหรือของกลุ่ม ลักษณะโดยรวมจะคล้ายคลึงกับประเภทที่ 2 ดังที่กล่าวมาข้างต้น
กล่าวโดยสรุปของ Value Stock คือ หุ้นที่มีมูลค่าต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมตามทฤษฎี และสมมติฐานหนึ่งของการลงทุนในหุ้นกลุ่มนี้ คือ ถ้าหากราคาของมันต่ำกว่าราคาที่เหมาะสมตามทฤษฎีแล้ว สักวันหนึ่งราคาจะต้องปรับขึ้นมาหาราคาที่เหมาะสมอย่างแน่นอน จะช้าหรือเร็วเท่านั้น โดยมีลักษณะสำคัญ คือ มี P/E Ratio และ P/BV Ratio ที่ต่ำ แต่มีผลตอบแทนจากเงินปันผล (Dividend Yield ) ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของตลาด

VOLUME
ปริมาณการซื้อขาย

ปริมาณหลักทรัพย์ที่ทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในช่วงระยะเวลาหนึ่งๆ




W
WARRANT
ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์

ตรา สารการเงินประเภทหนึ่งที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการซื้อหลักทรัพย์ ที่ใบสำคัญแสดงสิทธิฯ นั้นอ้างอิงอยู่ (Underlying Securities) ในจำนวน ราคา และตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนไม่เห็นประโยชน์ของการใช้สิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ตามที่ระบุไว้ ก็สามารถเลือกไม่ใช้สิทธิได้ โดยทั่วไปบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์มักจะออก

ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือหลักทรัพย์ในการจองซื้อหุ้นสามัญออกใหม่ของบริษัทตามเงื่อนไขที่ระบุไว้



X
XD, XR, XW, XS, XT, XI, XP, XA
เครื่องหมายแสดงการไม่ได้รับสิทธิต่างๆ

เครื่องหมายที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ แสดงไว้บนหลักทรัพย์เป็นระยะเวลาล่วงหน้า 3 วันทำการก่อนวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหลักทรัพย์ ในกรณีตราสารทุน และล่วงหน้า 2 วันทำการก่อนวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหลักทรัพย์ ในกรณีตราสารหนี้ เมื่อตลาดหลักทรัพย์ฯ ติดเครื่องหมายประเภทดังกล่าวไว้บนหลักทรัพย์ใด หมายความว่า ราคาที่เสนอซื้อหรือขายหลักทรัพย์ในช่วงระยะเวลาที่ขึ้นเครื่องหมายนั้น เป็นราคาที่ไม่รวมถึงสิทธิประโยชน์ที่บริษัทผู้ออกหลักทรัพย์ให้หรือจะให้ แก่ผู้ถือหลักทรัพย์นั้น และ
ผู้ซื้อหลักทรัพย์นี้จะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ประเภทที่ระบุจากการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้นที่กำลังจะเกิดขึ้น ดังนี้
  • XD (Excluding Dividend) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล
  • XR (Excluding Right) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่
  • XW (Excluding Warrant) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์
  • XS (Excluding Short-term Warrant) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ระยะสั้น
  • XT (Excluding Transferable Subscription Right) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่ โอนสิทธิได้
  • XI (Excluding Interest) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย
  • XP (Excluding Principal) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินต้นที่บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น
  • XA (Excluding All) : ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิทุกประเภทที่บริษัทประกาศให้ในคราวนั้น
 
ทั้งนี้ หากผู้ซื้อผู้ขายตกลงกันที่จะชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์แบบทีละรายการ (Gross Settlement) และกำหนดวันที่จะชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เร็วกว่า
วันครบกำหนดชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ตามปกติ ผู้ซื้อหลักทรัพย์อาจยังคงได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ข้างต้น หากการชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์เสร็จสิ้นก่อนวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอน หุ้น

XE : EXCLUDING EXERCISE
เครื่องหมายการแสดงการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น

เครื่องหมายแสดงเพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการนำตราสารสิทธิไป แปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิง เช่น หุ้นสามัญ เป็นต้น ตามเงื่อนไข ระยะเวลา และราคาที่ระบุไว้ ตัวอย่าง
ตราสารที่ให้สิทธิในการแปลงสภาพ ได้แก่ ใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหลักทรัพย์ (Warrant) หุ้นกู้แปลงสภาพ (Convertible Debenture) และใบแสดงสิทธิใน
ผลประโยชน์ที่เกิดจากหลักทรัพย์ อ้างอิง (DR) เป็นต้น สำหรับการแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิงนั้น ผู้ถือหุ้นสามารถเลือกที่จะใช้สิทธิแปลงสภาพหรือไม่ก็ได้ การออกตราสารประเภทนี้ มีผลดีทั้งบริษัทผู้ออกหลักทรัพย์และผู้ลงทุน คือผู้ลงทุนสามารถที่จะพิจารณาจังหวะและโอกาสที่จะแปลงสภาพตราสารของตนเป็น หุ้นสามัญ หรือหุ้นทุนอื่นๆ ได้ เมื่อเห็นว่ากำหนดเวลาที่ให้แปลงสภาพนั้นเป็นช่วงที่หุ้นสามัญมีสภาพคล่อง ให้ผลตอบแทนที่เป็นที่น่าพอใจ หรือผลการดำเนินงานของบริษัทน่าเชื่อถือ ส่วนบริษัท
ผู้ออกหลักทรัพย์เองก็ไม่ต้องเสี่ยงต่อการที่หุ้นของตนจะจำหน่ายไม่หมด ถึงแม้ว่าหุ้นทุน เช่น หุ้นสามัญของบริษัท จะไม่ได้รับความนิยมในช่วงนั้น




Y
YIELD
อัตราผลตอบแทน
อัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนคาดว่าจะได้ รับจากการลงทุน มีหน่วยเป็นร้อยละต่อปี เช่น Yield ของพันธบัตรรัฐบาลอายุ 5 ปี เท่ากับร้อยละ 2.39 ต่อปี หมายถึงในแต่ละปี
ผู้ลงทุนที่ซื้อพันธบัตรดังกล่าวจะได้รับผลตอบแทนโดยเฉลี่ยร้อยละ 2.39 ต่อปี  
 

Yield Curve
เส้นอัตราผลตอบแทน
เส้นแสดงความสัมพันธ์ระหว่างอัตราผลตอบแทน (Yield) กับอายุคงเหลือของตราสารหนี้ (Time to Maturity) โดยทุกๆ จุดบน Yield Curve จะแสดงอัตราผลตอบแทนตามอายุที่เหลือของตราสารหนี้ โดยปกติการสร้าง Yield Curve จะนำเอาพันธบัตรรัฐบาลในช่วงอายุต่างๆ มาใช้ในการสร้าง ซึ่งจะเรียกว่า “Risk - Free Yield Curve” หรือ “เส้นอัตราผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยง”

Yield to Call (YTC)
อัตราผลตอบแทนถึงวันไถ่ถอนก่อนกำหนด
อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่คำนวณโดยมีสมมุติฐานว่าถือตราสารหนี้ดังกล่าวจนถึงวันที่ผู้ออกตราสารหนี้มีสิทธิเรียกไถ่ถอนก่อนกำหนด

Yield to PUT (YTP)
อัตราผลตอบแทนถึงวันไถ่ถอนก่อนกำหนด

อัตราผลตอบแทนของตราสารหนี้ที่คำนวณโดยมีสมมุติฐานว่าถือหุ้นกู้ดังกล่าวจนถึงวันที่ผู้ถือตราสารหนี้มีสิทธิขอไถ่ถอนก่อนกำหนด

Yield to Maturity (YTM)
อัตราผลตอบแทนถึงวันครบกำหนด
อัตราผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนจะได้รับนับจากวันที่ซื้อตราสารหนี้จนถึง วันที่ตราสารหนี้ครบกำหนดไถ่ถอน ในการคำนวณจะคำนึงถึงราคาตลาด มูลค่าไถ่ถอน อัตราดอกเบี้ยที่รับต่อปี และช่วงเวลาที่เหลือในการรับดอกเบี้ย



Z
Zero Coupon Bonds
ตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย
เป็นตราสารหนี้ที่ไม่มีการจ่ายดอกเบี้ย (Coupon) ในช่วงอายุของตราสารนั้นๆ แต่จะออกเสนอขายให้แก่ผู้ลงทุนในราคาที่ต่ำกว่าราคาหน้าตั๋ว และผู้ลงทุนจะได้รับเงินตามหน้าตั๋วเมื่อตราสารหนี้ครบกำหนดชำระ






ที่มา tsi-thailand.org

No comments:

Post a Comment