Saturday, October 24, 2015

จริยธรรมกับธุรกิจรับสร้างบ้าน

จริยธรรมกับธุรกิจรับสร้างบ้าน
โดย : สิทธิพร สิทธิพร สุวรรณสุต

การก่อสร้างอาคารหรือ บ้านพักอาศัยประเภทอาคารถาวร ซึ่งตามกฏหมายได้กำหนดไว้ให้เป็นอาคารควบคุมหรือต้องได้รับอนุญาตก่อสร้าง ก่อนเจ้าของอาคารหรือผู้ประกอบการจะลงมือก่อสร้าง ทั้งนี้เพราะการก่อสร้างอาคารนั้นจะต้องคำนึงถึงเรื่องความมั่นคงแข็งแรงของ อาคารและปลอดภัยของการใช้อาคาร ตลอดจนความปลอดภัยต่ออาคารข้างเคียงและชุมชน รวมถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งขณะทำการก่อสร้างและภายหลังเมื่อมีการใช้ อาคาร

แต่ภาพที่ปรากฏในสังคมดังที่เราเห็นๆกันอยู่ทั่วไปนั้น พบว่าการมีก่อสร้างอาคารหรือที่พักอาศัยจำนวนมาก กระทำผิดกฏหมายหรือพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ส่งผลให้สภาพบ้านเรือนที่ทำการก่อสร้างดูไม่เป็นระเบียบ และบ่อยครั้งต้องประสบกับปัญหาความปลอดภัยต่อทรัพย์สินและชีวิต ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากเจ้าของอาคารหรือผู้ประกอบการขาดความรับผิดชอบต่อสังคม เช่น เมื่อยามเกิดอัคคีภัยหรือมีเหตุเพลิงไหม้อาคาร ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไม่สามารถสกัดเพลิงไหม้ได้เพราะอาคารหรือบ้านเรือนก่อ สร้างชิดติดกันโดยไม่ถูกต้องตามกฏหมาย หรือกรณีเกิดความขัดแย้งจนขั้นทะเลอะเบาะแว้งกันบ่อยๆ ก็เพราะมีการสร้างบ้านเรือนจนชิดเขตที่ดินข้างเคียง ทำให้ขาดความเป็นระเบียบเรียบร้อยหรือควมเป็นส่วนตัวของเจ้าของบ้านข้าง เคียง

สิ่งเหล่านี้ บริษัทฯได้ตระหนักและมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมมาตลอด ตลอดจนหน่วยงานและเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ไม่บังคับใช้กฏหมายอย่างจริงจัง ปล่อยปะละเลยจนกระทั่งเกิดปัญหาสังคมตามมามิใช่น้อย ดังนั้นบริษัทฯจึงพยายามที่จะปลุกจิตสำนึกผู้ประกอบการที่อยู่ในอาชีพหรือ ธุรกิจเดียวกันได้

ตระหนักถึง ด้วยการประชาสัมพันธ์ให้เห็นถึงผลเสียในระยะยาว พร้อมทั้งขอความร่วมมือจากเพื่อนๆในธุรกิจผ่านไปยังสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านให้ ร่วมกันรณรงค์นี้ ด้วยแนวคิดดังกล่าว จึงได้กำหนดเป็นนโยบายของบริษัทฯอย่างชัดเจนมาตลอดว่ากรณีลูกค้าต้องการว่า จ้างก่อสร้างบ้านผิดกฏหมายหรือพระราชบัญญัติควบคุมก่อสร้างอาคาร บริษัทฯจะปฏิเสธหรือไม่รับก่อสร้างอาคารหรือบ้านพักอาศัยนั้นโดยเด็ดขาด

แม้ว่านโยบายหรือจุดยืนต่อดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อปริมาณลูกค้า หรือยอดขายบ้านในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลของบริษัทฯลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมาก็ตาม บริษัทฯก็ยังยืนหยัดและไม่แปรเปลี่ยนนโยบายที่วางไว้ หากแต่มีการปรับตัวเองด้วยการมองหาโอกาสและตลาดใหม่ๆ โดยไม่ต้องพบกับปัญหาความต้องการสร้างบ้านผิดกฏหมายของผู้ว่าจ้าง รวมถึงหลีกเลี่ยงที่เดินไปในทางเดียวกับผู้ประกอบการายอื่นๆ ทั้งๆที่รู้ว่ากระทำผิดกฏหมายและเอาเปรียบสังคม ซึ่งก็พบว่าพื้นที่หรือตลาดรับสร้างบ้านใน ต่างจังหวัดนั้น ไม่เป็นปัญหาและอุปสรรคเพราะผู้ว่าจ้างทุกรายมีขนาดแปลงดินเตรียมไว้ สำหรับการสร้างบ้านกว้างขวางเพียงพอ และพร้อมให้ความร่วมมือทำการก่อสร้างให้ถูกต้องตามกฏหมาย

ทั้งนี้ ยอมรับว่าการดำเนินนโยบายดังกล่าวในระยะแรกนั้น พนักงานในองค์กรที่มีเกี่ยวข้องโดยตรง อย่างเช่น พนักงานฝ่ายขาย...จะไม่เห็นด้วย เนื่องจากการที่บริษัทฯ ปฏิเสธไม่รับสร้างบ้านผิดกฏหมาย ส่งผลให้ลูกค้าหันไปใช้บริการกับผู้ประกอบการหรือคู่แข่งแทน พร้อมคำกล่าวที่ว่า “ทั้งๆ ที่คู่แข่งทุกราย ไม่มีใครปฏิเสธการรับสร้างบ้านผิด กฏหมาย เพราะเหตุใดบริษัทฯจึงต้องปฏิเสธด้วย” ซึ่งผลดังกล่าวทำให้พนักงานขายเสียผลประโยชน์หรือรายได้จากค่าตอบแทนการขาย (คอมมิชชั่น) อันเกิดจากยอดขายที่ลดลง ณ ขณะนั้นฝ่ายบริหารต้องพยายามโน้มน้าวและทำความเข้าใจกับพนักงาน พร้อมชี้ให้เห็นถึงมุมมองและแนวคิดขององค์กรว่าจะดำเนินธุรกิจไปในทิศทางใด

เมื่อเวลาผ่านมาถึงปัจจุบัน กระแสและความคิดที่ถูกต่อต้านแบบเงียบๆมาตลอดจากพนักงาน กำลังถูกตีกลับเมื่อทุกคนเริ่มได้ยินและรับรู้กับปัญหาที่เกิดจากการกระทำ ผิดกฏหมายของคู่แข่งในธุรกิจ รวมถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ต่างมองข้ามปัญหาสังคมที่ตามมา ด้วยกุศโลบายที่บริษัทฯสร้างขึ้นเพื่อให้พนักงานได้เรียนรู้จากประสบการณ์ ของตัวเองคือ การกำหนดกรอบของสัญญารับประกันหรือบริการหลังการขายไว้นานถึง 3 ปี และรับประกันโครงสร้างหลัก 15 ปี ซึ่งนับเป็นการรับประกันนานที่สุดในกลุ่มธุรกิจรับสร้างบ้าน พร้อมๆกับสร้างโปรแกรมการทำงานขึ้นมา เพื่อให้พนักงานขายต้องมีการติดตามผลงานและไปเยี่ยมเยียนลูกค้าทุกๆระยะเวลา ที่กำหนดไว้ ซึ่งทำให้พนักงานได้มีโอกาสกลับไปพูดคุยและรับฟังคำชื่นชมต่อลูกค้า ทั้งในเรื่องนโยบายที่บริษัทฯวางไว้ และความรับผิดชอบต่อสัญญาบริการหลังการขาย พร้อมๆกับเล่าถึงประสบการณ์และเปรียบเทียบกับเพื่อนๆ ญาติๆ ที่เคยสร้างบ้านกับผู้ประกอบการทั่วไปให้ฟังว่า ไม่เคยได้รับการบริการหลังการขายหรือปฏิบัติตามที่สัญญารับประกัน และก็ไม่เชื่อมากก่อนว่าบริษัทฯจะปฏิบัติตามสัญญารับประกัน กระทั่งได้รับการปฏิบัติจากทีมงานที่ติดตามดูแลกัน

เมื่อพนักงานต่างก็ได้รับคำชื่นชมจากลูกค้าที่เคยใช้บริการ ส่งผลให้ทุกคนตระหนักและเห็นถึงความสำคัญต่อการให้บริการหลังการขายอย่าง จริงจังแก่ลูกค้ามากขึ้น แม้ว่าลูกค้าทุกรายที่เคยปลูกสร้างบ้านกับบริษัทฯแล้ว 99% แทบไม่มีโอกาสสร้างบ้านหลังใหม่หรือหลังสองกับบริษัทฯอีก แต่ผู้บริหารและพนักงานทุกคนก็ไม่ได้คำนึงถึงปัจจัยดังกล่าว เพราะสำคัญที่สุดที่ทุกคนเห็นตรงกันคือ “การรักษาคำสัญญา” และเชื่อว่าความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและคำสัญญาจะส่งผลดีแก่บริษัทฯเองในอนาคต และแนวนโยบายขององค์กรตามข้างต้นนั้นคือ ความภาคภูมิใจของทุกคนในองค์กร



No comments:

Post a Comment