Friday, October 23, 2015

เรียนรู้เรื่อง การลงทุนกับ RMF / LTF การลงทุนมีความเสี่ยง เสี่ยงสูง กำไรสูง เสียงต่ำ กำไรต่ำ การศึกษาข้อมูลที่่รอบด้านช่วยท่านได้

เรียนรู้เรื่อง การลงทุนกับ RMF / LTF
การลงทุนมีความเสี่ยง  เสี่ยงสูง กำไรสูง เสียงต่ำ กำไรต่ำ การศึกษาข้อมูลที่่รอบด้านช่วยท่านได้
ท่ามกลางภาวะผันผวนของราคาน้ำมัน เศรษฐกิจทั่วโลกที่กำลังชะลอตัว และอัตราเงินเฟ้อสูงสุดในรอบ 10 ปี มีเพียงทางเดียวที่ช่วยให้คนเราสามารถดำรงชีพได้อย่างปลอดภัยมีคุณภาพ และสร้างความมั่นคงในชีวิตได้ คือ การออม และวินัยทางการเงิน อันนับว่าเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคตที่สดใส และงดงามภายภาคหน้า

รูปแบบการออมที่นิยม และรู้จักกันแพร่หลายคือ การฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ เพื่อรับผลตอบแทนจากดอกเบี้ย แต่ปัจจุบันมีทางเลือกใหม่าสำหรับการออมที่ให้ผลตอบแทนที่คุ้มค้ามากกว่า เดิม และสามารถใช้สิทธิประดยขน์ทางด้านภาษี นั้นคือ กองทุนรวม

กองทุนรวม หมายถึง การระดมเงินทุนของหลายๆคนมารวมกัน แล้วมีมืออาชีพ (บริษัทจัดการกองทุน) มาบริหารจัดการตามนโยบายการเงินที่ลงทุนไว้ และกองทุนรวมที่น่าจับตามองที่สุดในระยะหลังนี้ คงหนีไม่พ้นกองทุนรวม 2 ประเภทคือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF : Retirement Mutual Fund) และ กองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF : Long Term Equity Fund)

เนื่องจากรัฐบาลได้เพิ่มสิืทธิประโยชน์เกี่ยวกับกองทุนรวม RMF และ LTF โดยการปรับเพิ่มวงเงินการหักลดหย่อนเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลง ทุนใน RMF จากเดิมไม่เกิน 15% ของรายได้ หรือ 300,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 500,000 บาท ซึ่งเงินได้ที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนใน RMF จะได้รับยกเว้นภาษีเมื่อรวมกับเงินสะสมที่จ่ายเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ไม่เกิน 500,000 บาท และการปรับเพิ่มวงเงินหักลดหย่อนเงินได้เท่าที่จ่ายเป็นค่าซื้อหน่วยลงทุนใน LTF จากเดิมไม่เกิน 15% ของรายได้ หรือ 300,000 บาท เพิ่มขึ้นเป็นไม่เกิน 500,000 บาท เพราะฉะนั้น สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีจากการลงทุนใน RMF และ LTF จึงสูงถึง 1,000,000 บาท

รู้จัก RMF
ทุกวันนี้ ผู้คนเริ่มมีแนวโน้มเป็นครอบครัวเชิงเดี่ยว และอาศัยอยู่ตามลำพังมากขึ้น ส่งผลให้เมื่อพ้นชีวิตวัยทำงานเข้าสู่วัยชราหลังเกษียณอายุ จำเป็นต้องจัดสรรเงินเพื่อใช้จ่าย และใช้ชีวิตอย่างมีคุณภาพ ทางเลือกการออมที่ีสะดวกง่ายดาย และได้รับสิืทธิประโยขน์ทางด้านภาษี คือ กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF : Retirement Mutual Fund)

RMF เป็นกองทุนรวมประเภทหนึ่งที่มีลักษณะพิเศษ คือ เป็นกองทุนที่ีมีลักษณะผสมระหว่างการเป็นกองทุนรวม กับการเป็นเครื่องมือสะสมเงินไว้ใช้ในการเกษียณ ที่ทางกาารให้การสนับสนุนสิทธิประโยชน์ทางภาษีแก่ผู้ลงทุนเพื่อเป็นแรงจูงใจ เหมาะสำหรับคนทุกกลุ่มที่ต้องการออมเงินหลังเกษียณ โดยเฉพาะคนที่ยังไม่มีสวัีสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ(กบข.) หรือผู้ที่มีสวัสดิการอยู่แล้ว แต่ยังต้องการสะสมเงินเพิ่มเติมก็ได้

RMF ก็เหมือนกับกองทุนรวมทั่วไปที่มีให้เลือกอย่างหลากหลาย ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของกองทุน RMF ที่มีนโยบายการนำเงินไปลงทุนในแต่ละประเภท คุณภาพและสภาพคล่องของสินทรัพย์ที่ลงทุน ตั้งแต่กองทุนที่มีความเสี่ยงระดับต่ำ เน้นการลงทุนในตราสารหนี้ ไปจนถึงกองทุนที่มีความเสี่ยงสูง เน้นการลงทุนในตราสารทุน

เงื่อนไขการลงทุน
ต้องสะสมเงินต่อเนื่อง โดยซื้อหน่วยลงทุนของ RMF ไม่น้อยกว่าปีละ 1 ครั้ง และต้องไม่ระังับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1 ปีติดต่อกัน (ยกเว้น กรณีไม่มีเงินได้ในปีภาษีนั้น ก็ไม่ต้องลงทุน)
ต้องซื้อหน่วยลงทุน RMF ไม่น้อยกว่า 3% ของเงินได้ในแต่ละปี หรือไม่น้อยกว่า 5,000 บาท (แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะต่ำกว่า) และลงทุนสูงสุดไม่เกิน 15% ของเงินได้แต่ละปี โดยเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้่าราชการ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
การไถ่ถอนหน่วยลงทุนทำได้เมื่อผู้ลงทุนอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี และลงทุนมาไม่น้อยกว่า 5 ปีนับตั้งแต่วันที่ลงทุนครั้งแรก (กรณีทุพพลภาพ หรือตาย เงินที่ไถ่ถอนจะได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีทั้งจำนวน)
เงินลงทุนใน RMF ครอบคลุมเงินได้ทุกประเภท ได้แก่ เงินเดือน ค่าจ้าง เบี้ยเลี้ยง โบนัส บำเหน็จบำนาญ เบี้ยหวัด ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้่า ดอกเบี้ย เงินปันผล รายได้จากการรับเหมา รายได้จากวิชาชีพอิสระ รายได้จากการพาณิชย์ การเกษตร การอุตสาหกรรม การขนส่ง และค่าลิขสิทธิ์ที่ไม่ได้รับโอนมาทางมรดก

สิทธิประโยชน์ทางภาษีของ RMF
เงินลงทุนใน RMF ได้รับ ยกเว้นไม่ต้องนำไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15% ของเงินได้ในแต่ละปี และเมื่อรวมกับเิงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ แล้วไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี

เมื่อครบกำหนดเงื่อนไขไถ่ถอนการลงทุน เงินที่ได้รับจากการไถ่ถอนจะได้รับยกเว้นภาษีทั้งจำนวน
เป็นประโยชน์ทางอ้อมที่ผู้ลงทุนจะได้รับ เนื่องจาก RMF เป็นกองทุนรวมรูปแบบหนึ่งซึ่งไม่นับรวมเป็นหน่วยภาษี ดังนั้น ผลประโยชน์ที่เกิดจากการลงทุน RMF จึงไม่ต้องเสียภาษี และผู้ลงทุนจะได้รับผลประโยชน์ในส่วนนี้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ข้อควรระวัง

RMF เป็นเครื่องมือการลงทุนที่มุ่งเน้นส่งเสริมให้มีการลงทุนในระยะยาว จึงได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีไว้เพื่อเป็นแรงจูงใจพร้อมกับกำหนดเงื่อนไข ไว้ด้วย ทั้งนี้ หากผู้ลงทุนไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขได้ ก็จะต้องเสียสิืทธิในการได้รับยกเว้นภาษีสำหรับเงินที่นำไปลงทุน ยิ่งไปกว่านั้น ในส่วนของเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปแล้วในระยะเวลา 5 ปีย้อนหลัง ก็จะต้องมีการชำระคืนให้ทางการอีกด้วย


อย่างไรที่เรียกว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนของ RMF
ระงับการซื้อหน่วยลงทุนเกินกว่า 1ปีติดต่อกัน
ลงทุนขั้นต่ำไม่เป็นไปตามกฏเกณฑ์ที่กำหนดไว้ หรือ
ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่ผู้ลงทุนจะอายุ 55 ปี หรือ
ขายคืนหน่วยลงทุนก่อนที่จะมีการลงทุนครบ 5 ปี

โดยหากเป็นไปตามข้อใดข้อหนึ่งแล้ว ก็ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุนแล้ว ยกเว้นกรณีที่ผู้ลงทุนเสียชีวิต หรือทุพพลภาพ ทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขดังกล่าว จะไม่ถือว่าผิดเงื่อนไขการลงทุน
จะเกิดอะไรขึ้นกับผู้ลงทุน หากมีการผิด เงื่อนไขการลงทุนของ RMF

ผู้ลงทุนจะไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป และต้องดำเนินการดังนี้

ต้องคืนเงินภา๊ษีที่ได้รับการยกเว้นภาษีที่ได้รับการยกเว้นไปในช่วง 5 ปี ย้อนหลัง โดยนับตามปีปฏิทิน
เมื่อขายคืนหน่วยลงทุนต้องจ่ายภาษีของกำไรส่วนเกินทุน (Capital Gain) โดยนำกำไรที่ได้รับจากการขายคืนไปรวมเป็นเงินได้ของปีที่ขายคืนเพื่อเสีย ภาษีเงินได้ ซึ่งในทางปฏิบัติ เมื่อผู้ลงทุนขายคืน บริษัืทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมจะหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ของกำไรส่วนเกินทุนไว้ก่อน และเมื่อผู้ลงทุนไปยื่นแบบเสียภาษีเงินได้ ก็จะคำนวณอีกครั้ง ว่าจะต้องจ่ายเงินภาษีเพิ่ม หรือไม่ อย่างไร
กรณีที่ลงทุนตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป และมีการผิดเงื่อนไข

ต้องคืนเงินภาษีที่ได้รับยกเว้นไปในช่วง 5 ปี ย้อนหลังโดยนับตามปีปฏิทิน
การชำระภาษีตามข้อ 1 และ 2 ต้องชำระภายในเดือนมีนาคมของปีถัดจากปีที่ผิดเงื่อนไข และ หรือขายหน่วยลงทุน

RMF เหมาะกับใคร
เหมาะกับคนลงกลุ่มที่ต้องการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คนที่ยังไม่มีสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ เช่น กองทุนสวัสดิการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) มารองรับ หรือมีสวัสดิการดังกล่าว แต่ยังมีกำลังออมเพิ่มมากกว่านั้นอีก


ที่มา : โครงการให้เงินทำงานผ่านกองทุน โดย สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์
ที่มา thailandwealth.com

No comments:

Post a Comment