Sunday, November 1, 2015

หนังสือส่งเสริมการอ่านสำหรับเยาวชน บ้านกลางน้ำ ตอน ปลาชะโด

หนังสือส่งเสริมการอ่านสำหรับเยาวชน
บ้านกลางน้ำ ตอน ปลาชะโด 

                น้ำเริ่มลดลงแล้ว  นุตสังเกตจากรอยคราบน้ำที่เสาหน้าบ้าน  เมื่อน้ำลดปลาจะชุม  และตัวโต  ชาวบ้านเริ่มออกหาปลา  แรกๆ ก็เอาไว้กินเอง  แต่พอหามาได้มากๆ เข้า  ก็เอาไปขาย
                ที่บ้านเราไม่ต้องออกไปหาปลา  มีคนพายเรือเอามาขายให้ถึงบ้าน  พ่อจะรับซื้อไว้ทั้งหมด  ไม่ว่าเป็นปลาอะไร  เพราะพ่อสงสารชาวบ้าน  แถมซื้อแบบไม่เคยต่อรองราคา  บางครั้งเงินทอนพ่อก็ไม่เอา  แล้วนี่จึงเป็นภาระอีกอย่างหนึ่งให้พวกเราได้ทำตอนหน้าน้ำท่วม
                “นุต  หยิบมีด เขียงมาให้พ่อที  ระวังๆ ล่ะ มีดมันคม”
                แม่ไปถึงที่เก็บมีดก่อน  เลือกมาได้หลายขนาด  ทั้งเล็ก ทั้งใหญ่  แล้วก็มานั่งแปะใกล้ๆ ถังใส่ปลา  นุตหอบเขียงตามมาติดๆ พ่อจัดแจงเทปลาออกใส่ตะแกรงใหญ่ สั่งว่า
                “นุต เลือกปลา  แยกพวกเดียวกันไว้ด้วยกัน  พ่อจะทำปลาเค็ม  นี่ปลาช่อน  นั่นสลิด.......”
                “ ณัฐ  นันท์  นิธ ออกมาช่วยกันเร็วๆ”  แม่ตะโกนเรียกพี่ๆ
                “โอ้โฮ! ปลาเยอะแยะ ตาแป๊ะ ไหหลำ”  พี่ณัฐส่งเสียงมาก่อนตัว
                “ปลาสลิด  ปลาสลาด  ปลาสวาย
                ปลากด  ปลากราย  ปลากระดี่
                ปลาสร้อย  ปลาซิว  ปลาซ่าก็มี
                ปลาไหล ลื่นดี  ปลาหลด    ปลาแรด
                ปลานิล  ปลาไน  ปลาเนื้ออ่อน
                ปลาเข็ม  ปลาแขยง....โอ๊ะ!” พี่นันท์เจื้อยแจ้วไปได้โดยที่ยังไม่ทันได้เห็นสักอย่าง และคงจะต่อชื่อปลาอีกยาว หากขาไม่ไปสะดุดเข้ากับม้านั่งเตี้ยๆ ที่นุตเอามาวางไว้เสียก่อน
                “ปลาสลิดทอดกรอบๆ  นะแม่  หนูช้อบ...ชอบ”  เป็นใครไปไม่ได้นอกจากหมูนิธ
                ลูกๆ มีหน้าที่คัด  แยก  ขอดเกล็ดปลา  พ่อตัดครีบ  ผ่าท้อง  เอาไส้  เอาพุงออก  ตัดหัว  แล้วแล่แผ่เนื้อปลาออก  แม่มีหน้าที่ล้าง แล้วเคล้าเกลือ
                “พ่อ...พ่อ...นี่ปลาอะไรจ๊ะ   ไอ้ตัวที่หางแดงๆ นี่ปลาหางแดงใช่ไหมจ๊ะ   ปลาสร้อย  ปลาซิวตัวไหนล่ะพ่อ”
                พ่อต้องจาระไนชื่อปลา  แถมบางครั้งต้องคอยอธิบาย ตับไต  ไส้  พุง  ถุงลม  ปอด                ที่คนช่างซักอย่างพี่นันท์ถามไม่หยุดปาก
                พ่อตักน้ำใต้ที่นั่งล้างเลือดปลาบนเขียง  เศษซากเล็กๆ น้อยๆ ของปลาที่ถูกชำแหละแล้วตกลงไปในน้ำ  กลายเป็นเหยื่อของปลาเล็กปลาน้อยที่ว่ายวนเวียนอยู่แถวนั้นเต็มไปหมด
                นุตหันไปเห็นอะไรยิบๆ แดงๆ ในน้ำ ห่างจากที่ทำปลาไปประมาณ ๓-๔  เมตรเห็นจะได้  จึงชี้ให้ทุกคนดู
                “ลูกครอก ปลาชะโดน่ะ  มันจะอยู่กันเป็นฝูงแบบนี้แหละ” พ่อบอก
                พ่อหยิบปลาชะโดตัวเขื่องๆ  ในตะแกรงให้ดู แล้วบอกว่า
                “ปลาชะโดจะคล้ายๆ ปลาช่อน แต่ที่ครีบจะมีสีแดงๆ หัวแหลมกว่า  มันจะมีฟันแหลมคมเห็นได้ชัด  ขากรรไกรทั้งบนและร่างแข็งแรง  เนื้อกระด้างกว่าปลาช่อน  และมีนิสัยดุกว่าปลาช่อน  มันจะไล่กัดกินเหยื่อ เช่นปลาที่ตัวเล็กกว่ามัน  ในบ่อหลังบ้านที่แม่เขาเลี้ยงปลาตะเพียน  ปลานิล  ปลาดุกไว้  พอแม่เอาอาหารไปโยน  ปลาเหล่านี้จะมาฮุบอาหาร  ในเวลาเดียวกันปลาชะโดก็จะโผมาฮุบปลาพวกนี้ไปกิน”
                “มันดุจริงๆ เนอะ  พ่อ เนอะ”  พี่ณัฐเสริม
                “และเพราะมันมีอวัยวะพิเศษแทรกอยู่ตรงส่วนบนของเหงือกใช้ช่วยหายใจในบรรยากาศได้โดยตรง  เราจึงเห็นลูกๆ มันว่ายบนผิวน้ำตัวแดงๆ ไง”  แม่บอก
                “คนก็จะล่าปลาชะโดได้ง่ายๆ เพราะสังเกตจากฝูงลูกๆ ของมันนี่แหละ  พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันจะเหมือนปลาช่อนรึเปล่านะ  ที่พ่อปลาจะเป็นฝ่ายติดตามดูแลลูกๆ”
                “พ่อ...พ่อ...นั่นเรือทิดเกิดนี่  มากับใครก็ไม่รู้”  พี่ณัฐชี้ให้พ่อดูเรือที่กำลังพายอยู่ข้างๆ บ้าน
                “ทิดเกิดตามฝูงชะโดมานะซิ”  แม่พูดเบาๆ
                นุตภาวนาอยู่ในใจ ขอให้ฝูงชะโดว่ายอยู่ในเขตบ้านเรา  อย่าออกไปนอกเขตบ้านเลย
                แต่...คำภาวนาของนุตไม่เป็นผล  ลูกครอกชะโดฝูงนั้น ว่ายห่างออกไปจากบริเวณบ้าน  ทิดเกิดหันมาเห็นพอดี  รีบจ้วงพายตรงรี่มาที่ฝูงลูกปลา  เงื้อฉมวกสุดแขน  สายตาเขม้นหมายชะโดตัวโตใต้พื้นน้ำ
                พวกเราเห็นทิดเกิดพุ่งฉมวกลงไปในน้ำ ๓-๔  ครั้ง  ครั้งสุดท้ายที่ยกฉมวกขึ้นมา  ปลายฉมวกมีปลาชะโดตัวโตราว ๒-๓  กิโล ดิ้น กระแด่วๆ
                นุตสงสัยเหลือเกินว่า “ ลูกครอกชะโดฝูงนั้นจะมีชีวิตเหลือรอด มีโอกาสได้ไปล่าปลาอื่นๆ เป็นอาหารได้สักกี่ตัว”

ที่มา - http://gotoknow.org/blog/bpwrite/216134

No comments:

Post a Comment